[Short fic] [D18] [Catch me !!! If you can!!!] END!!

posted on 31 Oct 2010 22:26 by chivas999
 
 


Part 2

 
“โรมาริโอ้โทรบอกทีมแพทย์ของคาบัคโรเน่ให้มาที่โรงเรียนนามิโมริด่วนเลยนะ!!”



ขณะนี้.... โรงเรียนนามิโมริอันสงบสุข กลายเป็นเหตุการณ์ชุลมุนครั้งยิ่งใหญ่ ญี่ปุ่งมุงมากหน้าหลายตาหลายจำพวก ต่างยืนออกันที่ทางเข้าโรงเรียน ซึ่งมีรถเก๋งราคาเฉือนกระดูกจอดเรียงเป็นตับนับสิบคันรายรอบถนน พร้อมกับชายชราหัวเถิกทั้งหลาย ที่อยุ่ในชุดกาวน์สีขาวและถืออุปกรณ์รักษาพยาบาลติดมือมาด้วย




เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่ไม่หยุดไม่หย่อน บ้างว่าที่หมอแก่ๆใกล้นอนโลงมาที่นี่เพื่อรักษาอาการกามโรคของหมอจามาล บ้างก็ว่ามาที่นี่เพื่อชันศูตรศพเด็กต่างโรงเรียนที่กรรมการรักษาระเบียบแอบซุกศพเอาไว้แถวหลังส้วม
คิดไปเป็นตุเป็นตะสารพัด... แค่ใครจะรู้ว่าที่หมอมาเต็มโรงเรียนแบบนี้เพราะมาทำอะไรอนาถจิตบางอย่างต่างหากล่ะ .....




“อาการเคียวยะเป็นไงบ้างโอเครึยัง??”




ชายหนุ่มสุดหล่อที่คนซุงแหลแถวนี้หมายปอง ไต่ถามเพราะความเป็นห่วงเหลือคณานับ ก็จะไม่ให้ห่วงได้ไงล่ะ เดี๋ยวชาวบ้านเค้าจะเอาไปแจ้งกระทรวงศึกษาธิการเอาได้ว่าพ่อรูปหล่อคนนี้สอนไม่ตรงหลักสูตร แถมยังทำเด็กในโอวาทตายคาที่แบบนี้อีก ไม่ดี....ไม่ดี... มันเสื่อมเสียไปถึงคาบัคโรเน่!!




“ยังเลยครับ!! สงสัยคงต้องส่งเข้าโรงพยาบาลด่วนเลยครับ!!”




“งั้นเลยเหรอ หมอครับ!! หมอ!!!”




ชายหนุ่มหันมาเรียกตาแก่หัวเถิกทันทีที่เห็นหน้า พลางผลักใสไล่ส่งคนเป็นลมให้ทันทีไม่ต้องคิดอะไรมาก ส่วนไอ้คนที่แหลลึกอยู่ เหงื่อกาฬไหลพรากๆ แถมยังสาปแช่งด้วยประโยคและคำที่ออกอากาศไม่ได้อยู่ในใจ ....




“คุณดีโน่ครับรีบพาเข้าโรงพยาบาลเถอครับ!! ตอนนี้ความดันเลือดของคนไข้พุ่งสูงถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบสี่แล้ว (เวอร์)!!”




อยากจะบอกเหลือเกินว่าไอ้ที่ความดันขึ้นพรวดๆ จนเส้นเลือดในสมองมันโป่งออกมาเกือบจะแตกน่ะ มันไม่ได้เป็นเพราะอาการชัก แต่มันเป็นเพราะแก้ไขสถานการณ์ไม่ทันน่ะเซ่!! ไอ้พี่โน่หัดรู้ตัวซะบ้างว่าเค้ากำลังอ่อย... กำลังอ่อย!! ไม่ได้เป็นหัดเยอมันเหมือนไอ้หัวมะเขือยาวนั่นมันตู่เอาเอง!!!




ขณะที่ในใจกำลังบ่นๆด่าๆอยู่นั้น พริบตาเดียวพ่อเจ้าประคุณคนงามแกก็เข้ามาอยู่ในรถคันสวยติดสติกเกอร์สิบล้อทั่วคัน พลางส่งเสียง มี๊หม่อ มี๊หม่อรบกวนหูชาวบ้านชาวช่องเค้าไปทั่ว




โถ..... รถพยาบาลก็ได้... ทำไมต้องปอเต็กตึ๊ง!!!




.





.





.





“ไม่นะเคียวยะ!! อย่าเป็นอะไรนะ!! ถ้านายเป็นอะไรไป (อย่างแรกผมคงโดนตำรวจสอบสวนยาวแน่นอน ว่าไปทำอีท่าไหนลูกศิษย์ผมถึงได้ดับอนาถด้วยหัดเยอรมัน แถมต้องถูกทางวองโกเล่ตราหน้าว่าผมมันไอ้คนไม่มีความรับผิดชอบต่อชีวิตผู้พิทักษ์ของพวกเขา ทำให้ต้องเสียเวลาในการเสาะหาคนที่มีความสามารถขนาดนั้นเข้าแฟมิลี่อีก ที่สำคัญมันทำให้เสียงบประมาณเป็นจำนวนมหาศาล แน่นอนทางวองโกเล่ต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผมแน่ๆ พ่อแม่ของเคียวยะต้องรุมประณามผมจนผมมีหน้าอยู่ในวงสังคมไม่ได้ พวกเขาต้องเรียกร้องให้ผมทำเคียวยะมาคืนแน่ๆ แล้วผมจะทำยังไง!!! เมียผมก็ยังไม่ได้แต่งเลยซักคน!!) ฉันคงอยู่ไม่ได้!!!”





ถ้าเป็นละครหลังข่าวช่องสามสีรึหลายสีมันคงจะซึ้งกว่านี้ .... มีพระเอกวิ่งตามเตียงเข็นคนไข้เข้าไปในห้องฉุกเฉินแล้วพลางเรียกชื่อนางเอกเมื่อใกล้จะตาย ทว่า.... นี่มันไม่ใช่ในละคร... และนางเอกยังไม่ได้พะงาบๆแต่อย่างใด ออกจะสบายดีด้วยซ้ำ..... เผอิญที่มันเหมือนละครเพราะพระเอกมันโง่เองก็เท่านั้น....




.




.




.




ทันทีที่ประตูห้องฉุกเฉินปิดลง..... หมอกับพยาบาลต่างพากันวิ่งวุ่นหาอุปกรณ์ต่อลมหายใจให้คนงาม  ไม่ทันที่หมอจะเอาไอ้อุปกรณ์หน้าตาแปลกๆไปยัดอะไรที่ตรงไหนของคนไข้ อยู่ๆคนไข้คนสวยก็ลุกพรวดขึ้นมาปานผีเข้า หมอพยาบาลตกใจจนมีดหล่นเคร้งตร้างกันถ้วนหน้า ยิ่งผวากันขึ้นไปอีกเมื่อสายตาคมๆเริ่มจ้องแต่ละคนเรียงตัว....




“ฉันไม่ได้เป็นอะไร.... แล้วพวกแก... อย่าเอาเรื่องนี้ไปปูดล่ะ”




.





.





.






“อ้อ... จัดห้องพิเศษให้ฉันไว้ซักห้องจากนั้นพวกแกก็ไสหัวไปซะ ...... อย่าลืม...เรียกคู่กรณีฉันเข้ามาด้วย...”





หมอหัวเถิกกับพยาบาลทั้งหลายพยักหน้าหงึกหงักเพราะกลัวตายซะเหลือเกิน ก่อนจะแย่งกันวิ่งออกจากห้องไปเตรียมห้องพิเศษและอัญเชิญคู่กรณีหัวทองให้มารับกรรมด่วน!!!




เมื่อรู้จากหมอว่าอาการของคนไข้ไม่ได้เป็นอะไรมากอย่างที่คิด แถมยังบอกให้เข้าไปหาที่ห้องพิเศษด่วน บอส
หนุ่มหน้าหล่อก็ถอนหายใจโล่งอกในทันที ที่ยังไม่ได้ทำให้ลูกเค้าตาย พลางเดินไปห้องพิเศษที่ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงได้ไกลนัก....




พอเปิดประตูเข้าไปก็เจ้าคนไข้หน้าสวย ที่หลับตาพริ้มอยู่บนเตียง คิ้วเรียวๆขมวดเป็นปมแน่น ก็ไหนว่าจะให้มาหาล่ะ?? ไหงหลับตาพริ้มแบบนี้?? ไม่ต้องได้งงเป็นหมาสงสัยนานนัก สายตาที่ดีแต่ถ้ำมอง(?)เป็นอย่างเดียว ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นกะละมังสังกะสี ขอบอ่างพาดผ้าขนหนูไว้ผืนหนึ่ง อีตรงข้างๆกะละมังมีกระดาษเอสี่เขียนติดไว้ด้วย



ขอโทษนะคะพยาบาลติดธุระ พักงานไปทำลูกค่ะ



ถุย!!! พยาบาลประสาอะไรฟระ!! พักงานไปติ๊ดชึ่ง!!





มาดมาเฟียออกลายในบัดดลทันทีเมื่อได้อ่านข้อความชวนยิงทิ้ง ริ้วรอยที่ไม่คิดวาจะมีเริ่มออกมาทางหน้าผากเป็นแฉกๆ เมื่อนึกไม่ออกว่าจะทำยังไงกับคนไข้ตรงหน้าดี นัยตาสีน้ำตาลอมทองมองไปทางกะละมังสังกะสีขอบบิ่นที มองหน้าคนไข้ที  ในที่สุดสมองม้าๆก็ดังปิ๊ง!!!



เอาวะ!! ยังนอนอยู่คงไม่ลุกเอาเข็มฉีกยามาแทงคอหอยตรูให้ดับตอนนี้หรอก!! รีบเช็ดตัวเร็วๆจะได้เสร็จซักที!!



คนที่คิดว่านอนอยู่กลับไม่ได้นอนอย่างที่คิด..... เปลือกตาบางค่อยๆปรือขึ้น เพื่อไม่ให้จับสังเกตได้มากนัก ในใจก็กู่ร้องราวกับถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง แต่ก็ต้องหลับไปอีกครั้งเมื่อไอ้คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยปีนขึ้นมานั่งเตียงและเริ่มแกะเชือกที่มัออยู่ด้านหน้า



เสร็จแน่ เสร็จแน่ เสร็จแน่!!!!




คิดอกุศลโรคจิตวิปริตอยู่ข้างใน พลางจินตนาการถึงไอ้คนที่มันเช็ดตัวให้ ไปทางเสื่อมเสียร้อยแปด ในหัวเริ่มหลั่งไหลความคิดยั่วยวนต่างๆนาๆ ก็ในเมื่อบรรยากาศเป็นใจ แถมสภาพอากาศกับเวลาอันโพล้เพล้แบบนี้มันเป็นเวลาที่เหมาะแก่การเสียตัวที่สุด!!!





ขณะที่บอสหนุ่มกำลังเช็ดที่ลำคออยู่นั้น ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น!! มือน้อยแต่เรี่ยวแรงมหาศาลจับหมับเข้าที่มือใหญ่ ชนิดที่ว่าเหนียวกว่ากาวดักหนูล้านเท่า เพราะไอ้คนที่ถูกลวนลามไม่รู้ตัวพยายามดึงออกอย่างเต็มที่ แต่ทำอย่างไรมันก็ดันไม่หลุด แถมยังจับไถลไปเรื่อยๆจนถึงแถวหน้าอกเนียนๆชวนสยิวกิ้ว....





“อืม.... อ๊ะ....”



อ่อยให้ขนาดนี้แล้วอย่ามาทำตัวเป็นสุภาพบุรุษอีกนะแก....




ดีโน่สะดุ้งจนตัวโยนกับการกระทำลมเพลมพัดให้ชวนจิ้นไปไกลของคนป่วย มือใหญ่เริ่มสั่นเทาขึ้นเรื่อยๆ ..... ไม่ใช่ว่าเกิดอารมณ์อะไรขึ้นมาหรอกนะ แต่มันสั่นเพราะกลัว!!! กลัวว่าจะไปทำอะไรผิดพลาดเข้าลูกเค้าตายเดี๋ยวอาจารย์อย่างเขาจะซวย!!!





ดีโน่ใช้แรงเฮือกสุดท้ายชักมือกลับ ทำให้คนที่มือตุ๊กแกเมื่อกี้เกือบกลิ้งตกเตียงดับอนาถ แต่ด้วยสกิลที่ว่า “ตรูเก่งกว่าพระเอก” ถึงทำให้ไม่เสียภาพพจน์เท่าไรนัก ถ้ามันจะเสียมันก็คงจะมาเสียที่ไอ้คนไม่รู้ความนี่แหละ !!!





“อะ.... หนาว... ดีโน่”





มารยาเล่มที่สิบแปดถูกหยิบมาใช้ในนาทีฉุกเฉิน เจ้าตัวกะวาวันนี้จะรวบหัวรวบหางให้ได้อย่างใจนึก ใครจะว่าพ่อเจ้าประคุณมารยาสาไถยตอนนี้เฮียไม่สน ขอให้พี่โน่วร้องอู้อ้าว์อย่างเดียวนี่แหละชัยชนะ!!





ฝ่ายคนไม่รู้เรื่องเริ่มลน ในหัวก็คิดไปอีกทางหาว่าไอ้คนที่นอนแบ็บอยู่บนเตียงเกิดอาการใกล้จะตายเข้าแล้ว แต่ก็ต้องทำใจดีสู้เสือเข้าไปดูอาการ ก่อนจะจิตตกเรียกหมอเข้ามา เผื่อตายจริงๆเค้าก็กลายเป็นผู้ต้องหาและโด่งดังไปทั่ว แต่นี่ถ้าตายกระทันหันต่อหน้าต่อตาเค้า ก็พอจะจัดการกับศพได้ละนะ......




ดีโน่ลอบกลืนน้ำลายลงคอหนึ่งอึก เมื่อเห็นสีหน้าที่ตั้งใจมายั่วของลูกศิษย์ตัวดี ไม่ทันได้หือได้หาอะไร อยู่ๆคนที่นอนก็เกิดปฏิกิริยาเดิมอีกครั้งเหมือนเมื่อคราวกาวดักหนู แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่จับเอาไว้อย่างเดียว รอบนี้น้องยาแกลากพี่คนโง่ขึ้นมาบนเตียงด้วยเรี่ยวแรงที่ไม่รู้ว่าเอามาจากไหน และผิดวิสัยคนป่วยอย่างยิ่ง..... อย่างว่า.... ไอ้ความผิดปกติที่แม่ยกอย่างเราๆสังเกตกันได้ตั้งแต่ปีมะโว้ มันจะไปสะกิดต่อมฉลาดของพี่แกได้ยังไง ยิ่งไปกว่านี้หัวที่ไม่ค่อยมีรอยหยักเท่าไรกลับคิดอะไรชวนให้แม่ยกคันมืออยากตบเกรียนให้สมองไหลออกทางรูจมูก!!!


ชักแล้ว!!.... ทำไมอาการข้างเคียงถึงได้เป็นแบบนี้!! ไม่ได้การต้องเรียกหมอให้เร็วที่สุด!!![/i]




รู้ทั้งรู้อยู่ว่าทั้งเนื้อทั้งตัว โดนรัดอยู่ในอ้อมแขนผอมบางยังกับคีมเหล็ก พ่อเจ้าประคุณคนโง่แกยังมีสติจะกดออดเรียกพยาบาลให้เข้ามาช่วย แต่มีหรือ.... ที่คนอ่อยจะยอมให้ทำแบบนั้นได้ แขนผอมบางยิ่งรัดตัวคนที่อยู่ด้านบนแน่นขึ้นอีกจนหายใจพะงาบๆ มือใหญ่ก็พยายามไขว่คว้าออดจนหมดแรงแน่นิ่งอยู่กับตัวคนข้างล่าง.....




“แฮ่ก.... แฮ่ก...”



รอบแรกมันไม่ได้ผล รอบที่สองได้ผลแน่นอน!!





คิดได้ดังนั้นก็พยายามอีกครั้ง โอ้.... สมองม้านี้ยังมิทันสมองนกหื่น..... ไม่ทันจะได้ขยับตัวไปไหนแรงรัดก็มากขึ้นเอาซะเฉยๆ จนเจ้าพ่อคาบัคโรเน่ร้อ