The Dark Romeo& Blood Juliet [XS,D18,8059] 5

posted on 25 Oct 2010 20:38 by chivas999
 
Warning!!! : วันนี้ NC!!!
 
(เลื้อย.... เพี๊ยะ/โดนตบข้อหาเ่ล่นไม่รู้เวลา.. เอาใหม่... ลาก...)
 
 
ว่า กันว่า... มนุษย์เป็นเผ่าพันธ์อันโง่เขลาหลงไหลอยากได้อยากมีอำนาจอหังการ เพียงชี้ดรรชนีตกลงที่ใดสิ่งนั้นจักมอดไหม้ หรือตกอยู่ในอุ้งหัตถ์ของตน .... หากแต่ว่า.... มนุษย์นี้ไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่าความพอดีอยู่ในมโนสำนึก เมื่อเจอในสิ่งที่ดีกว่าก็ย่อมต้องไขว่คว้า อาจเอื้อมมาเป็นของตนเองเสีย ให้ได้ทุกสิ่งอย่าง.... อนิจจา... ทว่ามนุษย์นั้นมิได้มีชีวิตยืนยาวขนาดที่จะเรียกได้ว่า “ครอบครอง” ได้ทั้งหมดทั้งมวล เพราะเหตุนี้ เพราะความเห็นแก่ตนไม่รู้จักสิ้นสุด.... พวกเขาจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนได้เป็น “อมตะ” แล้วปกครองทุกสิ่ง อย่างที่ใจปรารถนา


.



.




.



.



เจ้าล่ะ?? เจ้าเคยอยากจะเป็นเช่นนี้หรือไม่......



.



.



.



.




นัย ตาดุดันคมเข้มทรงเรียว เฉดสีเดียวกันกับไม้จันท์ จ้องมองไปยังร่างระหงทรงงาม แม้มีเสื้อผ้าหนาชิ้นปกคลุมกายก็มิได้ปกปิดความงดงามบรรจงสร้างเอาไว้ได้ ยิ่งนัยตาสีมรตชวนไหลหลงนั้นเล่า.... มันทำให้เขาแทบจะกลายเป็นบ้า ยามที่ดวงตานั้นสบมอง จนต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอไปอึกแล้วอึกเล่าเพื่อสะกดกลั้นจินตภาพที่อยู่ในหัว ทั้งมวล ไม่ให้ออกมาเป็นน้ำลายที่ไหลยืด..... แต่ทำจะทำเช่นไรได้เล่า ..... แม้นเห็นเพียงแค่ดวงหน้าหวานล้ำยามถอดหวมวกใบเขื่องนั่นออก จิตใจเขานั้นก็กระเจิดกระเจิงไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว....





ชาย หนุ่มที่ปกปิดใบหน้าคมหล่อเหลาไว้ภายใต้ผ้าผ้าพันกายสีดำสนิท เหลือเพียงดวงตาทั้งสองข้างกลับกลอกไปมาตามการเคลื่อนไหวของร่างระหง นิ้วเรียวยาวราวลำเทียนสวยเคาะลงกับโต๊ะไม้เนื้อดี ในหัวก็คิดสระตะไปเรื่อยๆกับอาหารตาอันโอชะที่อยู่ไกลถึงอีกฟากหนึ่งของร้าน ไม่ทันได้ตั้งตัว..... นัยตาสีมรกตน้ำงามหันขวับมายังที่เขานั่งอยู่ ชายหนุ่มถึงกับผงะด้วยความตกใจปนสนเท่ห์ ว่าทำไมกันหนอ..... จู่ๆคนงามถึงได้หันหน้ามาทางเขาพลางทำสายตาเครียดเขม็งจ้องมองมา ราวกับจะฆ่ากันให้ตายเสียตรงนี้......





ทว่าชายหนุ่ม ผู้นี้กลับไม่หลบหนีสายตาคู่สวย ตรงกันข้าม.... เขาจ้องกลับไปสบกับสายตาคู่นั้นในทันที หากแต่ว่า... สายตาที่เขาส่งกลับไปมันเต็มไปด้วยความเสน่หาซะเต็มประดา และนั่นเอง.... มันจึงทำให้เจ้าของนัยตาสีเขียวมรกต ต้องลุกขึ้นและเดินออกไปในทันทีด้วยความตกใจปนหงุดหงิด พร้อมกับทำปากขมุบขมิบว่า “โรคจิต” และตามมาด้วยการสาปแช่งยาวเป็นหางว่าว.....





เจอคน ที่ต้องตาต้องใจทั้งทีไหนเลยเล่า...จะปล่อยให้ลอยหลุดมือไป.... ไม่ทันได้นับหนึ่งถึงสิบ ชายหนุ่มผลุนผลันลุกตามคนงามไปในไม่กี่อึดใจ จนกระทั่งออกจากเขตตัวเมือง เวลาล่วงเลยผ่านไปดวงตะวันที่อยู่กลางศรีษะ กลับไปอยู่ใกล้กรอบเมฆ ร่างบางหันหน้ากลับมาประชันชายหนุ่มที่ถือดีตามเขามาจนเกือบจะเข้าไปในป่า ลึก





“เจ้าเป็นใคร ต้องการสิ่งใดถึงได้ตามข้ามาราวคนขลาดเช่นนี้???”




โก คุเดระส่งคำถามไปยังชายหนุ่มในผ้าพันกายสีปีกกาตั้งแต่จมูกโด่งคม ไล่ลงมายังหน้าท้องแกร่ง สายลมกรรโชกแรงพัดเข้ามาระลอกหนึ่ง ส่งผลให้โค้ทตัวใหญ่หนาของทั้งคู่ปลิวสะบัดตามแรงลม เสียงเสียดสีของเนื้อผ้าดังขึ้นแว่วๆ กอปรกับเสียงนกการ้องโหยหวน ไม่ถึงครึ่งนาทีท้องฟ้าที่ดูสดใสในวันนี้กลับกลายเป็นสีแดงเช่นโลหิตเพียง ขยิบตา ความตระหนกแล่นริ้วขึ้นมาเรื่อยๆ โกคุเดระจับอาวุธประจำตัวแน่น หากว่าเกิดสิ่งใดไม่ชอบมาพากลเขาก็พร้อมเสมอที่จะต่อกรโดยมิลังเลแม้แต่ น้อย!!!





“ถามข้าเช่นนี้ ข้าคงขัดเขินเกินกว่าจะบอกไป ว่าข้าถูกใจเจ้า ฮ่ะๆๆๆ”





วาจา ขี้เล่นเช่นนี้ ดูเหมือนว่าจะไม่เข้ากันนักกับบรรยากาศชวนให้อึดอัดเสี่ยนี่กระไร ..... ความไม่พอใจฉายแววชัดขึ้นมายังดวงพักตร์งามพิศ เจ้านี่เป็นใครกันนะ เหตุใดถึงได้กล่าวเช่นนี้ออกมาคงไม่รู้ว่ากำลังเล่นลิ้นอยู่กับนักล่าปีศาจ อย่างเขาเป็นแน่!!!





ฉับพลันนัยตาสีเปลือกไม่จันท์ แปรเปลี่ยนไปเป็นสีแดงเพลิงในทันที รอยยิ้มภายใต้ผ้าพันกายที่ห่อหุ้มใบหน้าถึงครึ่ง แสยะออกมาราวกับพอใจในท่าทีของโกคุเดระ มือใหญ่กระชากผ้าพันกายสีดำทมิฬให้ขาดออก เผยใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ผิวการทั่วสรรพางค์ปรากฎเป็นสีน้ำผึ้งนวลตา ใบหน้าคมคร้ามหล่อเหลาชวนให้สัมผัส เส้นผมสั้นสีดำสนิทปลิวลู่ไปตามลมโบก ทว่า...... ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้มิได้สร้างความประทับใจอันใดแก่โกคุเดระแม้แต่น้อย เขาปราบปีศาจนักต่อนัก ความงามยิ่งกว่านี้เขาก็เคยพบเคยเจอมาแล้ว แต่ที่ไม่เคยเจอก็คือความดุดันน่าสงสัย ที่แผ่รังสีออกมาจาคนตรงหน้า หึ.... แต่เพียงแค่นี้น่ะหรือ...เขาจะกลัวเกรง เหมือนเต่าน้อยในกระดองกันเล่า....






“เจอกัน ตั้งแต่เมื่อกี้ ข้ายังไม่รู้ชื่อเจ้าเลยนะ แม่สาวน้อย....... จริงสิ!! ข้าลืมไปได้เช่นไร ข้ายังมิได้เอ่ยนามแก่เจ้า ต้องขออภัยจริงๆ
ที่ข้าเสียมารยาท...... ช่างน่าตายนัก...หึหึหึหึ”





แม่ สาวน้อย!? เจ้าโง่คนนี้เป็นผู้ใดกัน สายตาช่างฝ้าฟางนัก...... ตั้งแต่เกิดมาเขารู้ตัวดีว่าตนเองนั้นเป็นเพศชายทั้งแท่ง ไม่ได้มีส่วนไหนที่ใดเลย ที่จะมองว่าเป็นผู้หญิง ทีแรกก็กะว่าจะสั่งสอนแค่พอเบาะๆ ไม่ให้ถึงกับตาย แต่เมื่อเอ่ยวาจาเช่นนี้ออกมาก็สมควรที่จะตายสถานเดียว!!!





พริบ ตา..... ทันทีที่โกคุเดระหยิบปืนสั้นขึ้นมา ก็รู้สึกถึงแรงดึงรั้งอยู่ด้านหลัง ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดอยู่ตรงต้นคอ ร่างทั้งร่างแข็งเกร็งอยู่กับที่ดุจรูปสลักเสลา ลมหายใจอุ่นร้อนละเลียดมาทางริมใบหูนุ่ม ไล้ลึงลงมายังลำคอระหง ริมฝีปากหยังคมประทับไปยังลำคอขาวผ่อง ชิวหาร้อนดูดดุนให้เกิดประทับราวตีตรา ความรัญจวนใจเริ่มขึ้นมาเรื่อยๆตั้งแต่ช่องท้องจนถึงใบหน้า พักตร์งามผาดดั่งบัวบริสุทธิ์ต้องเปื้อนสีแห่งอารมณ์ มือน้อยเอื้อมจับยังลำแขนแกร่งที่โอบรัดรอบสะเอว หวังเพียงจะให้ร่างแกร่งหยุดการกระทำนี้เสียที.....




“อะ..... อย่า”




เสียง แหบพร่าเปล่งออกมาช่างเบานักหนา ชายหนุ่มด้านหลังแสยะยิ้มกับผลงานของตนเอง ..... เขาคิดไม่ผิดจริงๆร่างบอบบางในอ้อมกอดนี่ช่างน่ารักถูกใจเขาเสียเหลือเกิน ......





“ข้า... ยามาโมโตะ ทาเคชิ ไม่ใช่มนุษย์... เจ้าคงจะชอบ ฮ่ะๆ”





ทันที ที่ชายหนุ่มได้เอ่ยเชื่อเสียงเรียงนามริมใบหูนุ่มให้คนงามได้สดับรับฟัง ความรัญจวนใจเมื่อครู่มีอันต้องพังทลายลงมาในทันที โกคุเดระรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดผลักยามาโมโตะออกไปจากตัว ทว่า... ออกแรงไปเท่าใดก็เหมือนใช้มือเปล่าผลักหินผาตระหง่าน ดวงพักตร์งามงองุ้มกับแรงบีบรัดของวงแขนแกร่ง กอปรกับริมฝีปากนุ่มซุกซน ที่ไล้ลึงอยู่ข้างปรางแก้มและลำคอนวลระหง....




“ปล่อยข้า... ข้าจะฆ่าเจ้า เจ้าปีศาจชั้นต่ำ!!”




“หึ... ชั้นต่ำงั้นรึ ..... ข้าชักจะต้องใจเจ้าซะแล้วสิ แม่สาวน้อย.... ฮ่ะๆ”




รอย ยิ้มหวานวาดประดับพักตร์คม ชวนให้โกคุเดระเผลอนิ่งมองไปครู่หนึ่ง แต่แล้วเขาต้องเบิกตากว้างเมื่อรู้สึกว่าตัวเองลอยขึ้นเรื่อยๆ ดวงพักตร์งามหันขวับไปมองคนด้านหลังในทันใด ทว่า.... สิ่งที่นัยเนตรคู่งามได้สบยล กลับกลายเป็นกรงเล็บของอะไรบางอย่างที่เกาะเกี่ยวรอบเอวจนเจ็บร้าว ด้วยตวามตื่นตระหนก สองมือเรียวเอื้อมคว้าศาสตราวุธของตนอย่างรีบเร่ง ปรารถนาเพียงอย่างเดียวให้ตนรอดจากกรงเล็บน่ากลัวนี่ให้ได้ !!!




“อย่าคิด.... แม้แต่จะทำอะไรโง่เขลา เจ้าคงไม่อยากกลายเป็นศพสภาพน่าเวทนาหรอกนะ”





เสียง ทุ้มนุ่มดังกังวาลก้องมาจากเบื้องบน โกคุเดระเงยหน้าขึ้นไปตามเสียงเพรียกนัยตาสีมรกตน้ำงามเบิกกว้าง กับสิ่งที่กระทบคลองจักษุ.....
นกอินทรีขนาดมหึมาขนสีนิลกาลราวอีกา ตัดกับดวงตาสีแดงดั่งโลหิต ที่กำลังจ้องมองกลับมาสบนัยตาน้ำงามสีมรกต ก่อนที่สติทั้งหมดทั้งมวลจะดับวูบไปโดยไร้สาเหตุ.....




.





.





.





ปวดหัว.... ที่ใดกันนะ???





สอง มือเรียวยกขึ้นมากุมขมับได้รูป พยายามปรือเปิดดวงเนตรมองไปรอบกาย เพื่อประมวลผลว่าตนนั้นอยู่ที่ใดกัน....... สายลมพลิ้วเย็นเยียบพัดเข้ามาต้องพักตร์งามช้อยดุจดรุณีแรกรุ่น คิ้วเรียวขมวดเป็นปมแน่น ก่อนจะเดินไปยังหน้าต่างบานโตที่มาของสายลม ดวงตาน้ำงามมองออกไปด้านนอกถึงกับต้องเบิกกว้งกับสิ่งที่ได้กระทบคลองจักษุ ทะเลเชี่ยวกรากสาดกระทบกับฝั่งผาหินสูงลิบลิ่ว เมฆหมอกหนาทึบบดบังแมกไม้สูงใหญ่มากมาย หากแต่ว่า ...... แมกไม้เหล่านั้นดูจะไม่สูงไปกว่าที่เขาอยู่แม้ปลายยอด !!!






ที่ใดกัน!!! แปลกตานัก





ใน หัวเริ่มทบทวนว่าก่อนจะมาที่นี่เขาได้ไปทำอะไรที่ไหนไว้ ถึงได้มาผลุบโผล่อยู่ตรงนี้ได้เล่า ไม่ทันได้นึกอะไรให้ปวดหัวมากไปกว่านี้ ดวงเนตรน้ำงามก็พลันสะดุดกับเข้ากับขนนกสีนิลขนาดเท่าฝ่ามือติดอยู่ตรงปลาย เตียง ความทรงจำที่ลืมเลือนไปชั่วขณะหลั่งไหลเข้ามาในหัวดุจสายนทีเชี่ยวกราก มือน้อยจิกแน่นเข้ากับเนื้อ พลางคิดว่าต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ไม่อยางนั้นเขาต้องกลายเป็นเหยื่ออันโอชะ ให้เจ้าปีศาจตนนั้นได้ฉีกดึงถึงกระดูกแน่ เพราะตอนนี้ดูไปแล้วศาสตราวุธทั้งมวลที่นำติดตัวมาไม่มีแม้ซักชิ้นจะอยู่ ข้างกายให้รู้สึกปลอดภัย มันเสียเปรียบเกินไปที่จะเผชิญหน้าเจ้าตัวนั้นโดยตรง หาไม่แล้วเขาคงจะกลายเป็นศพเพียงพริบตา!!!






“เหตุใดต้องตระหนกขนาดนั้นเล่า ข้าไม่ได้คิดที่จะกินเจ้าเสียหน่อย”





เสียง ทุ้มนุ่มกังวาลก้องทั่วห้องรโหฐาน เรียกสติของโกคุเดระให้กลับมาที่เก่า ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วสรรพางค์ แผ่นหลังบางสั่นระริกราวสะกดกลั้นอารมณ์คุกรุ่นที่เริ่มก่อตัว มือเรียวจิกเล็บคมลงไปยังฝ่ามือแน่นเรียกรอยเลือดเป็นริ้วๆได้ไม่ยาก ใบหน้างามพิศชวนหลงไหลค่อยๆหันกลับไปสบตากับเจ้าของเสียงกังวาลน่าฟัง เพื่อจะถามเหตุผลว่าเหตุใดจึงต้องจับตัวเขามา ฆ่าเขาเสียตรงนั้นจะยังดีกว่าจับเอามาดูเล่น มันจะหยามศักดิ์ศรีนักล่าปีศาจเช่นเขาเกินไปแล้ว!!!





มือ เรียวเอื้อมคว้าแจกันลงลายสวยเขวี้ยงเข้ากับฝาผนังที่ชายหนุ่มร่างสูงยืน อยู่ ยามาโมโตะชะงักกึกกับสถานการณ์ที่เกินจะคาดเดา และต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อโกคุเดระเคลื่อนกายด้วยความเร็วชนิดที่เรียกได้ว่าตามองไม่ทัน มายังร่างกำยำที่ยังยืนอยู่ที่เก่า พริบตาเดียว..... ร่างแกร่งของพญาอินทรีทิศบูรพาก็อยู่ภายในอ้อมแขนผอมเรียวแบบเนื้อแนบเนื้อ ทว่ามันคงจะดีกว่านี้ถ้าไม่มีเศษแจกันที่คมกริบดุจใบมีดโกนกำลังจี้ลำคอ แกร่งเรียกโลหิตไหลย้อยลงมาเป็นทางแบบนี้....





“บอกทางออกจากที