The Dark Romeo& Blood Juliet [XS,D18,8059] 4

posted on 25 Oct 2010 20:34 by chivas999
 
 
โลหิตสีชาตตามซอกคอ ถูกกลืนหายไปในโพรงปากนุ่มของราชันย์แห่งเหล่าหมาป่ารัตติกาล ลิ้นร้อนไล้เลียอย่างชำนาญไปตามผิวเนื้อเนียนขาว เสียงครางอื้ออึงด้วยความเจ็บปวดในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นรัญจวนใจ ตามการชักพาอารมณ์ด้วยปลายลิ้นของร่างสูง



นัยเนตรน้ำงาม ฉ่ำเยิ้มปรือปิดราวกับว่ากำลังอยู่ในห้วงแห่งฝันอันแสนหวาน นิ้วเรียวบางทั้งห้าถูกยกขึ้นมาลูบไล้ใบหน้าคมและสอดเข้าไปใต้เรือนผมสี รัตติกาล



“ดูท่าเรื่องที่กล่าวกันมาเป็นตำนาน ว่าแวมไพร์มีความต้องการสูงมันคงจะเป็นเรื่องจริงกระมัง”




แซ นซัสเงยหน้าขึ้นมาจากลำคอแสนหวานที่เจิ่งนองไปด้วยโลหิต พลางกล่าวกับร่างตรงหน้าที่แสดงอาการร่านร้อนด้วยรอยยิ้มเหยียดเย็น เปลือกตาที่ปิดไปแล้วของร่างบางมีอันต้องเปิดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะการกระทำให้ชวนเคลิ้มเมื่อครู่ได้หยุดลงพร้อมกับคำพูดหยามเหยียดจากคน ร่างสูง




ความไม่พอใจแล่นริ้วขึ้นมาตามอารมณ์โกรธา สควอลโล่ชักมือเรียวที่อยู่ใต้กลุ่มเกศาดำทะมึนขึ้นมาฟาดกระทบใบหน้าคม คายอย่างแรง และแน่นอนเรี่ยวแรงเหนือมนุษย์ของเขามันไม่ได้ฝากไว้แค่รอยแดงเป็นปื้นตรง ผิวเนื้อหยาบกร้านเพียงอย่างเดียวเป็นแน่





ชายหนุ่มหน้าหันไปตามแรงกระแทกจากฝ่ามือเรียว ความเงียบสงัดราวป่าช้าก่อตัวขึ้นมาระหว่างเอกบุรุษทั้งส่อง
ความ เค็มปร่าและกลิ่นสนิมเหล็กน่าสะอิดสะเอียนลอยคละคลุ่งในโพรงปากคนร่างสูง แม้ตัวเขาจะเคยลิ้มรสชาติเลือดของมนุษย์มามากมายนับไม่ถ้วน แต่เลือดอันสูงส่งของตนเองตั้งแต่ลืมตาเห็นดวงจันทราในครั้งแรก เขากลับไม่เคยลิ้มลองเพราะเขาไม่มีวันเคยเสียเลือดหรือเนื้อโดยเด็ดขาด!!!




นัย ตาสีแดงชาดตวัดมองตัวการที่ถือดีตบหน้าเขา โทสะที่พยายามเก็บอยู่ในส่วนเร้นลึกในจิตใจปะทุขึ้นมาโดยฉับพลันกับการกระทำ ของร่างบาง มือแกร่งวาดขึ้นมาด้วยความเร็วก่อนจะตวัดหลังมือฟาดเข้าที่ปรางแก้มเนียน ด้านซ้ายของร่างอรชร ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเปลี้ยที่ไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะยืนมีอันต้องหล่นร่วงจาก ตักอุ่นลงไปกองแทบบาทบาทาของศัตรูตัวฉกาจอย่างช่วยไม่ได้




รอย ยิ้มเหี้ยมเกรียมประดับยังพักตร์คมคาย ก่อนจะลุกขึ้นมาจากบัลลังก์อันสูงส่งเต็มความสูง พลางก้าวลงมาตามขั้นบันไดแก้วช้าๆอย่างองอาจ





สอง ขาแกร่งหยุดลงตรงหน้าเจ้าคนยโสโอหัง ปลายเท้าเรียวได้รูปภายใต้รองเท้าหนังสีดำสนิทวาดขึ้นมาเชยคางร่างตรงหน้า นัยเนตรสีชาดปราดมองด้วยความหยามหยันปนสมเพช ก่อนจะซัดเข้าไปยังใบหน้างามเต็มแรง!! ร่างกายอ่อนเปลี้ยไร้ทางสู้ลอยลิ่วไปกระทบกับผนังหินราวตุ๊กตาผ้าตัวใหญ่ที่ เห็นตามร้านขายอาภรณ์ ส่งผลให้ท่านเคาท์เลือดบริสุทธิ์ต้องกระอักเลือดออกมาจำนวนมาก จนน่ากลัว...ว่าจะไม่รอด.....





.....แต่อย่าลืมเขา เป็นถึงท่านเคาท์ผู้สูงส่ง บาดแผลและการกระทำเพียงแค่นี้ไม่มีผลอันใด ให้เขาต้องดับสูญจากโลกนี้ได้ง่ายดายอย่างที่กังวล......





ไม่ ทันได้ฟื้นสติจากความเจ็บปวดที่ได้รับ ร่างบางต้องมาเจ็บตัวอีกครั้งกับการจิกกระชากเส้นไหมสีเงินงามขึ้นมาโดยไร้ ปรานีให้ใบหน้าเงยขึ้นมาสบเนตรคมสีแดงเลือด.......... แม้ว่าดวงเนตรของชายหนุ่มจะน่าหวาดหวั่นสำหรับใครเพียงใดก็ตาม ทว่า...มีหรือที่ความขลาดกลัวจะครอบงำร่างบางตรงหน้าให้หลบสายตาดุดันสองดวง นั่นได้ ด้วยความจองหองที่มีมาตั้งแต่กำเนิด จึงจ้องกลับไปด้วยความยโส .......





“....เจ้ากล้าใช้ฝ่ามืออันโสมมนั่นสัมผัสใบหน้าข้าเช่นนั้นเชียวหรือ.....หืม....กล้าดีนี่.....”




“ใครกันแน่ที่โสมม.....ตัวเจ้าเสียต่างหากที่มันสกปรก เจ้าคนชั้นต่ำ!!!”




ตะโกน ขึ้นมาด้วยเสียงอันดัง หวังว่าจะให้คนที่ตนอุปโลกน์ว่าโสโครกรู้สึกตัวเสียที หาไม่เขาคงถ่มถุยน้ำลายไปยังใบหน้าหล่อๆนั่นอีกคราเพื่อเป็นการเรียกสติ!!!!




เพี๊ยะ!!!




ดังคาด.....ฝ่ามือหนักๆตบกระทบแก้มใสอีกคราด้วยความแรงเท่าครั้งก่อน แต่ทว่าสควอโล่ยังคลี่ยิ้มเหยียดคนร่างสูงราวกับไร้ความรู้สึก!!





“ยัง ยิ้มได้อีกนี่.....แสดงว่าคงพร้อมจะปรนนิบัติข้าแล้วสินะ........อย่างว่า ไม่ว่าจะกี่ครั้งเจ้ามันก็ยังเหมือนเดิม ร่านร้อนเช่นทุกครา.......หึ โสโครก....”





“ข้าต่างหากที่ต้องกล่าวคำนั้นกับเจ้า ไม่ว่าจะกี่ร้อยกี่ปีเจ้ามันก็ยังต่ำสถุลเช่นทุกครั้ง......เจ้าควรจะดีใจ เสียอีกที่ข้าต้องลดตัวมาให้เจ้าได้ย่ำยี!!!”




“หึ......ปากยังกล้าเหมือนเดิม.......ข้าชักสงสัยแล้วสิ ว่าหลายปีมานี้ตัวเจ้ามันยังจะต้องการข้าเหมือนเดิมหรือไม่!!!”





สิ้นสุดวาจาเหยียดยาว.......แซนซัสกระชากร่างบางขึ้นมาด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล และเหวี่ยงขึ้นไปยังแท่นศิลาใหญ่ทันที!!






เศษ หินแตกกระจายตามแรงกระแทก ภาพวันวานอันเก่าคร่ำครึที่ติดตรึงอยู่ในสมองฉายกลับเข้ามาอีกครั้ง...... เสียงอ้อนวอนดังอยู่ในโสตประสาท ภาพที่ตัวเขาไม่เคยลืมว่าตนเองต้องตกมาเป็นของเล่นของร่างสูงทุกราตรีนานนับ ร้อยปี ความเจ็บปวดจากการโดนทรมานทุกรูปแบบมันยังอยู่ในความทรงจำทุกอณู...... ไม่เว้นแม้กระทั่งความรู้สึกที่ตนเองต้องตกเป็นของเจ้าคนต่ำช้าคนนี้นับ ครั้งไม่ถ้วน!!!





สัญชาติญาณของร่างบางร้องเตือนไม่หยุดว่าต้องดินให้หลุดและหนีจากที่นี่ให้ เร็วที่สุด .......... อนิจจา..... ไหนเลยร่างกายอันปวกเปียกป้อแป้จะหนีจากที่นี่ได้ดังนึก ...........





แซ นซัสจับข้อมือบางของสควอลโล่ และกระชากให้ร่างบางตกมาอยู่ข้างใต้ตนเอง มือแกร่งรวบข้อมือร่างบางขึ้นเหนือหัว ก่อนจะประทับริมฝีปากหยักได้รูปลงไปยังริมฝีปากบางแดงช้ำ .....




ลิ้น เหลวร้อนกวาดต้อนลิ้นเรียวเล็กที่พยายามหลีกหนีการรุกรานไม่หยุด ไม่นานนักเจ้าของโพรงปากนุ่มก็เคลิ้มตามไฟอารมณ์ที่ร่างสูงเป็นคนจุดอย่าง ชำนิชำนาญ ลิ้นเรียวเล็กเปลี่ยนจากต่อต้านมาเกี่ยวกระหวัดลิ้นเหลวร้อนของร่างสูงเป็น จังหวะ ไม่นานนักร่างสูงจึงผละออกจากความหวามหวานตรงหน้า และกระซิบริมใบหูร่างบาง......





“ราตรีนี้ยังอีกยาวนานนัก......ข้าจะให้เจ้าได้จำไม่มีวันลืม ว่าบังอาจดื้อรั้นกับข้าจะเป็นเช่นไร.......”




..............................................................................................................

..............................................................





.................................

...............

......





..





..





.





.





.






ห่างออก ไปจากถ้ำแห้งราชันย์แห่งรัตติกาลหลายร้อยกิโลเมตร.........ภายในห้องโถงขนาด ใหญ่ ล้อมรอบด้วยซี่กรงขนาดใหญ่ไม่เว้นแม้แต่ช่องทางเล็กๆราวหนูลอดออกไป .....ความแออัดยัดเยียและเบียดเสียดของคนจำนวนมากอยู่ข้างในนั้นไม่ต่ำกว่า สี่สิบถึงห้าสิบคน บางต่างร้องโหยหวนขอร้องให้ตนได้ออกไปสูเบื้องนอกโดยเร็ว บางก็หนาวสั่นด้วยอาการไข้จับ ทั้งชายและหญิงไม่ว่าจะใครก็ตามต่างนอนเหยียดยาวระเกะระกะไปตามซอกมุมหรือ พื้นที่ต่างๆ....




ภาพนี้ล้วนเป็นที่น่าเวทนาหากใครได้ มาพบเห็น..... แต่ไม่ใช่สำหรับที่นี่.......กรงขังแห่งนี้.......กรงขังที่ปิดกั้นอิสรภาพ และสิทธิมนุษยชนที่ไม่อาจเรียกร้องได้จากฝ่ายใด เพราะพวกเขา....คือทาส....ที่ถูกจับมาขายตามบัญชาของนายจ้างคนเก่า..ที่ให้ เหตุผลว่า “เบื่อ” พวกเขาแล้วก็เท่านั้น.....




เด็กหนุ่ม ผิวขาวจัดอายุราวสิบเจ็ดสิบแปด ตามเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยแผลเป็นและดินโคลนหายสิบที่ในสภาพมอมแมม นั่งคู้เข่าอยู่มุมหนึ่งของห้อง นัยตาสีรัตติกาลเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่บดบังไปด้วยซี่ลูกกรงพลางมองดวง จันทร์นวลผ่องราวกับอยากจะสัมผัสให้ได้ซักครั้ง........




เส้น ผมสีปีกกายาวระต้นคอพลิ้วไปตามแรงลมเอื่อยๆที่พานพัดเข้ามา ร่างบางห่อกายาเพียงนิดด้วยความหนาวเย็นจับใจ โซ่ตรวนที่เขาจำไม่ได้ว่าใส่มาตั้งแต่อายุเท่าไรส่งเสียงดังกระทบกันเบาๆ ตามแรงเคลื่อนไหว ........




เขาจำไม่ได้ว่าตัวเองถูก ขายมาให้เป็นทาสตั้งแต่อายุเท่าไร....... สิ่งเดียวที่เขาจำได้ ........ คือใบหน้าอันเลือนรางของมารดาบังเกิดเกล้าที่รับเงินมาจากชายสูงอายุ ชาวตะวันตก และผลักไสให้ตัวเขามากับรถม้านรกคันนั้น ตลอดเวลาที่เขาจากบ้านเกิดในดินแดนตะวันออกมาสู่ที่นี่ เขาถูกทำร้าย...ทุบตี.... และถูกขายต่อ เยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน เขาไม่มีสิทธิ์ออกเสียงพูดหรือทำอะไรได้เลย ตั้งแต่ที่เกิดมา.......สิ่งเดียวที่ติดตัวเขามาหาใช่เงินทองไม่.....หากแต่ เป็นโซ่ตรวนต่างหาก......ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด....เพราะสงครามที่ร้อนระอุ ขึ้นมา ทำให้แม่แท้ๆของเขาต้องหยิบยื่นสิ่งนี้มาให้.......





คิดไปก็ได้เท่านี้....จะทำอะไรได้.....ในเมื่อเขาไม่มีศักดิ์ศรีอันใดที่จะเรียกว่าเป็นคนอยู่ได้ในโลกนี้แล้วนี่.......





“เจ้าเด็กคนนั้นน่ะ !! เจ้านั่นแหละที่นั่งอยู่ตรงหน้าต่าง ถึงเวลาของเจ้าแล้ว ออกมา!!!!”





เสียง ผู้คุมร้องเรียกตัวเขาให้ออกมาจากมุมอับ พลางเดินเข้ามากระขากแขนบอบบางขึ้นมาโดยไร้ปรานี และลากเขาออกไปราวกับจูงโคกระบือ........





เด็กหนุ่ม ที่มีใบหน้างดงามราวอิสตรีบวกกับผิวขาวจัดดั่งหิมะยามเหมันต์ ตัดกับเรือนผมสีดำประดุจท้องฟ้ายามราตรีระต้นคอชวนให้ใครหลายคนอยากใช้มือ สัมผัสถึงความนุ่มลื่นมือดูสักครั้ง นัยเนตรคมเรียวสีนิลกาฬในแบบชาวตะวันออกเหม่อมองไปบนฟ้าไกลโดยที่ไม่รู้สึก เลยว่า มีใครกี่คนกันแน่ที่อยากให้ดวงเนตรคู่งามนี้มองเพียงแต่ตนผู้เดียว......





ด้วย รูปลักษณ์ภายนอกของร่างบางช่างดึงดูดความสนใจแก่เหล่าผู้คนมากหน้าหลายตาที่ มาอยู่รวมกันในตลาดที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นตลาดประมูลทาสที่ใหญ่ที่สุดของ เมืองนี้ เหล่าขุนนาง พ่อค้า หรือใครก็ตามแต่ต่างหมายปองไปยังร่างตรงหน้าด้วยความหวังเพียงอย่างเดียวกัน .....คือ.....อยากครอบครอง......





“ท่านดีโน่ขอรับ ........รีบกลับไปยังปราสาทเถิด......อยู่แถวนี้นานนักมิได้นะขอรับ ท่านจะเป็นจุดสนใจเอาได้ง่ายๆ ยิ่งตอนนี้มีข่าวออกมาหนาหูว่าพวกบาทหลวงได้ส่งนักล่าเข้ามาปราบปรามสาย เลือดแห่งรัตติกาลเช่นเราอยู่มาก”





“จะกังวลไปไยเล่า ......เจ้าก็รู้ข้าเป็นถึงท่านลอร์ดเชียวนะ ฝีมือข้าไม่ได้ด้อยไปว่าเคาท์คนงามทางฟากใต้นักหรอก...ฮ่าๆๆๆ แล้วอีกอย่างข้าได้ยินพวกมนุษย์พูดกันว่ามีของล้ำค่าถูกเข้ามาประมูลที่นี่ เห็นทีข้าคงจะอยู่เฉยเสียมิได้หรอก....”





ชายหนุ่ม ร่างสูงโปรงในชุดเสื้อผ้าชั้นดีกล่าวกับลูกน้องคนสนิทด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ยิ่งนัก ตัวเขาเองทำไมเล่าจะไม่รู้ว่าเป็นใคร...... เขาเป็นถึงท่านลอร์ดที่มีตำแหน่งสูงส่งคนหนึ่ง แน่นอนฝีมือในการต่อสู้ย่อมไม่เป็นรองใครในใต้หล้า