[Pain]D18 15.ครึ่งหลัง

posted on 25 Oct 2010 20:05 by chivas999
 
CH15.ครึ่งหลัง



วันนี้ มันเป็นวันอะไรกันนะ??? ตังแต่เขาเดินเข้ามาในวองโกเล่ก็แทบไม่มีใครซักคนที่อยู่ที่นี่ เมื่อเช้าทันทีที่ตื่นขึ้นมาเจ้าบ้าเบสบอลที่นอนอยู่ข้างกายเมื่อคืนก็หาย หัวไป มีเพียงโน้ตเล็กๆเขียนด้วยลายมือหวัดๆว่าให้รีบกินอาหารเช้า และรีบมาเข้าประชุม พอมาถึงที่....กะว่าจะเร่งทำเวลาให้เข้าเช้าๆ กลับกลายเป็นว่า... พอมาถึงสิ่งมีชีวิตซักตัวก็ไม่มี.. มีแค่ยามอยู่ข้างนอกแค่สามสี่คน.... มันอะไรกันล่ะนี่???




โก คุเดระทำหน้าตาหงุดหงิดขณะที่กำลังยืนรอลิฟต์ พลางสบถก่นด่าตัวการที่ทำให้เขาต้องถ่อสังขารตัวเองออกมาตอนเช้าๆแบบนี้ ทั้งๆที่ร่างกายตัวเขาเองนั้น แทบจะเดินก็ยังไม่ไหว.... สัญญาณที่บอกว่าลิฟต์กำลังลงมาถึงชั้นที่เขายืนอยู่ดังขึ้นมา พร้อมกับบุคคลที่เขาไม่คิดว่าจะเข้ามาเหยียบคฤหาสน์วองโกเล่ รีบสาวเท้าเดินตามเข้ามาขึ้นลิฟต์ตัวเดียวกันกับเขา ใบหน้างามหันขวับพลางใช้ดวงตาสีมรกตสำรวจอีกคนหนึ่งที่ใบหน้าเกือบครึ่งถูก ปิดบังด้วยแว่นกันแดดสีชายี่ห้อหรู ตั้งแต่หัวจรดเท้า....




“ไม่คิดเลยนะว่าแกจะมาด้วย”




“หึ แล้วมันแปลกรึไง ก็ที่นี่มันที่ทำงานฉัน”




ฮิ บาริตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ ชวนให้คนถามหน้าบิดหน้าบี้เพราะไม่พอใจกับน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาจากปากคน ข้างๆ แต่เขาก็ทำได้แค่เก็บความไม่พอใจเอาไว้ข้างในเท่านั้น เพราะเขาเองก็ไม่อยากมีเรื่องกับคนร่วมแฟมิลี่นัก....




เวลา ผ่านไปซักครู่ ..... ลิฟต์ก็มาถึงชั้นที่มีห้องประชุม สองขาเรียวของคนทั้งคู่ก้าวยาวๆไปยังห้องโถงด้านในสุด และเข้าไปประจันหน้าองค์ประชุมทั้งหลายที่มากันพรักพร้อม โกคุเดระถึงกับหน้าเหวอทันทีที่รู้ว่าตัวเองนั่นแหละที่มาสายจนไม่เห็นใคร ซักคนอยู่ที่ล๊อบบี้ พลางปราดสายตามองคนด้านข้างที่เป็นเพื่อนร่วมชะตามาสายในครั้งนี้ ..... หายแต่ว่าเขากลับต้องประหลาดใจ เมือเขาได้สัมผัสกับรังสีออำมหิต และความนิ่งเกินไปของฮิบาริถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะใส่แว่นกันแดดปิดบังดวงตา อย่างไร เขาก็พอจะเดาได้ลางๆว่าในสายตาคู่นั้นคงจะเคลือบไปด้วยไฟแน่ๆ ....... แต่ที่เขาสงสัยก็คือ ... เพราะเหตุใด และเพราะใครกันล่ะถึงทำให้ท่าทีที่ดูสงบของฮิบาริต้องร้อนรนอย่างนี้???






“เชิญนั่งครับคุณฮิบาริ โกคุเดระคุง....”





น้ำ เสียงหวานเชิญชวนผู้มาใหม่สองคนนั่งประจำที่ของตนเอง สายตาชิงชังของฮิบาริภายใต้แว่นกันแดดไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย ความเคียดแค้นที่ปะทุขึ้นมาในอกมันแผดเผาอยู่ภายในอยู่ในจิตใจ ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยที่เจ้าตัวถอดแว่นแสนแพงออกไป หากแต่เพียงดวงตาสีดำสนิทเท่านั้นที่ยังคงจ้องมองใบหน้างามเกินหญิงของสึนะ โยชิ ด้วยความคุกรุ่นจากไฟแค้น....





สึนะโยชิพยายามหลบสายตาคมคู่นั้น และเสมองไปทางอื่นพลางเปิดการประชุม เมื่อเห็นว่าบุคคลสำคัญมากันครบแล้ว...




“เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอเปิดการประชุมเลยนะครับ”





ทั้ง ห้องตกอยู่ในความเงียบ หลังจากที่สึนะโยชิเอ่ยขึ้นมา ทุกคนที่อยู่ในห้องต่างตั้งใจฟังเรื่องราวสำคัญที่ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่น่า ดู




“คงจะทราบกันดีแล้วใช่มั้ยครับ ว่าสายของเราจากเมืองเวโรน่าได้แจ้งเข้ามาว่า มีการลักลอบขโมยอาวุธ ซ่องสุมกำลังเพื่อฆ่าล้างแฟมิลี่ใหญ่ๆ และสำคัญอยู่”




สึ นะโยชิเริ่มพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พลางใช้หมุดปักลงไปบนตำแหน่งที่เกิดเหตุการณ์จลาจล และถูกกวาดล้างเกือบจะทั่วแผนที่ ที่แสดงอาณาเขตการปกครองของโลกมืดในประเทศอิตาลีทั้งหมด และวงกลมตรงสำนักงานใหญ่ของวองโกเล่ และคาบัคโรเน่ รวมถึงแฟมิลี่ใหญ่ๆที่กรุงโรม




“ในแผนที่ที่ผมนำมาให้ทุก คนได้ดู ทุกคนคงจะเห็นว่า พื้นที่เกือบห้าสิบเปอร์เซนต์ถูกกวาดล้างไปทั้งหมด แฟมิลี่น้อยใหญ่ที่เรารู้จักและคุ้นเคย แทบจะไม่เหลือ..... มันคงจะไม่เป็นเรื่องดีเท่าไร ที่เราจะมานั่งเฉยและดูดายอยู่อย่างนี้ เพราะว่าไม่ช้าก็เร็วพวกมันต้องมาถึงพวกเราอย่างแน่นอน”




เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลใหม้หรุบตาลงครั้งหนึ่ง.... ก่อนจะถอนหายใจเล็กน้อยและ เอ่ยคำสั่งที่เจ้าตัวไม่ชอบที่สุดออกมา....





“คงเข้าใจนะครับว่าผมหมายถึงอะไร..... ในฐานะบอส ผมจะขอสั่งให้ คุณมุคุโร่ และคุณเรียวเฮ ช่วยไปที่เมือง
เวนิส”




.




.




.




“แรมโบ้ โกคุเดระคุง รีบอร์น กรุงโรม”




.




.




.




“ และ คุณฮิบาริ ยามาโมโตะคุง มิลาน”





“ และทุกที่.... ต้อง “ทำความสะอาด” ให้เรียบร้อย... อย่าให้เหลือแม้แต่หนูตัวเดียว... นะครับ”





หลัง จากสิ้นคำสั่ง... เหล่าผู้พิทักษ์รวมถึงรีบอร์นต่างพยังหน้าให้กับบอสใหญ่ พร้อมกับแยกย้ายกันออกจากห้องประชุม เพื่อกลับไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจนเสร็จสรรพ จนกระทั่งเหลือเพียงฮิบาริและสึนะโยชินั่งประจันหน้ากันอยู่ในห้องประชุม เพียงลำพัง สายตาที่ดูสงบนิ่งของฮิบาริเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเกลียดชังในเสี้ยววิ พลางกระตุกยิ้มมุมปากขึ้นมานิดหนึ่ง.....




“ส่งฉันไปมิลาน กะจะไปล่อไอ้ม้าโง่เต็มแก่สินะ?”




คำ พูดแรงๆถูกส่งออกมาจากริมฝีปากบาง กระทบกับใบหน้างามของสึนะโยชิเข้าอย่างจังจนรู้สึกชา... นัยตาสีน้ำตาลไหม้ตวัดขึ้นมาจ้องหน้าอีกฝ่ายขึ้นมาด้วยความขึ้งโกรธในทันที กับริมฝีปากที่เม้มสนิทเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธ นิ้วมือเรียวจิกเข้าที่ฝ่ามือแน่น พยายามนับหนึ่งถึงร้อยในใจด้วยความอดทนอย่างถึงที่สุด....




“ถ้าคุณไม่มีอะไรจะพูดหรือจะถามแล้ว เชิญครับ”




“ถึงกับออกปากไล่เลยเหรอ เกลียดฉันมากงั้นสิ??”




น้ำ เสียงเยาะเย้ยดังขึ้นชิดริมหูสึนะโยชิเมื่อฮิบาริชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ พร้อมกับคำพูดถากถางริมใบหูนุ่ม.... ความอดทนทั้งหมดของสึนะโยชินั้นมีอันสิ้นสุดลงในพริบตา สองมือบางกระชากไหล่ของฮิบาริและเหวี่ยงออกไป ทำให้ร่างทั้งร่างของฮิบาริเสียหลัก ล้มลงไปกระแทกกับเหลี่ยมโต๊ะ ใบหน้างามหันขวับกลับมาด้วยสายตาอาฆาต ก่อนจะเดินเข้าไปกระชากแขนคนตัวเล็กกว่าเข้ามาและตบไปที่แก้มซ้ายด้วยหลัง มือ!!




สึนะโยชิถึงกับโกรธจนตัวสั่น ร่างเล็กหันกลับมาเผชิญหน้าคนตัวสูงกว่า นัยตาวาวโรจน์ไปด้วยโทสะไม่แพ้อีกคน เขาเคยสัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีวันเกลียดฮิบาริ ไม่ว่าฮิบาริจะทำร้ายเขายังไง ฮิบาริไม่ผิดเลย ที่ฮิบาริทำไปเพราะรักดีโน่ มันสมเหตุสมผลที่ฮิบาริจะเกลียดตัวเขา ก็ในเมื่อตัวเขายังเป็นคนที่ดีโน่ยังรัก และเขาก็ยังรักดีโน่อยู่ไม่เคยเปลี่ยน!!




แต่วันนี้เมื่อ ความอดทนมันสิ้นสุด ก็คงไม่มีเหตุผลดีๆอีกต่อไปที่จะมาหักลบความดี หรือความรักอันมั่งคงของฮิบาริ รวมถึงความรู้สึกผิดในจิตใจของเขา!! เขาจะไม่ทนข่มความเจ็บช้ำในใจที่มีอีกต่อไป ในเมื่อฮิบาริเกลียดเขาได้ เขาก็เกลียดฮิบาริได้เหมือนกัน!!!




“สามีไม่สนใจ เลยมาลงกับผมสินะครับ”





คำ พูดเสียดแทงมันดังเข้ากระทบโสตประสาทการรับรู้ของฮิบาริ เหมือนสาดน้ำมันเข้ากองไฟที่สุมแ