[Pain]D18 13.3

posted on 25 Oct 2010 19:57 by chivas999
 
(จงลาก....ชะเองเอย...)
 
 
“บอกฉัน....ได้ไหม ว่านายโดนอะไรมา...”




เขาจะไม่อยากรู้ เลยว่าถ้าหากแผลพวกนี้มันเป็นแค่รอยฟกช้ำและรอยขีดข่วนธรรมดา ........ หากแต่ที่เขาเห็น.... มันคือรอยแส้ และรอยบากยาวเต็มท้องแขนของคนตรงหน้านับไม่ถ้วน!!!




“ฉันบอกแกไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้วไง มันไม่ใช่เรื่องของแก!!!!”




“นายก็ดีแต่พูดแบบนี้!!! นายหัดยอมรับความรู้สึกของคนอื่นไม่ได้รึไง นายไม่ได้อยู่บนโลกนี้คนเดียวนะฮิบาริ!!!!
ขอร้องเถอะนะ...... บอกมาเถอะ...ว่ามันเกิดอะไรขึ้น.....”





ฮิ บาริกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ...... ก่อนจะค่อยๆดึงแขนผอมบางออกมาจากการเกาะกุมของร่างสูง และยืนเงียบอยู่ตรงนั้น โดยไม่ได้หลีกหนีหรือผลักร่างสูงออกไปไกลๆ...... ฮิบาริเงยหน้าขึ้นมาสบตายามาโมโตะ แม้ใบหน้างามจะเรียบเฉยอย่างไร ทว่าความเจ็บปวดทั้งหมดมันฉายชัดออกมาทางดวงตาคมให้ร่างสูงได้รับรู้ ........




มือใหญ่ถูกยกขึ้นมาลูบไล้เส้นผมนุ่มลื่นมือ เพื่อปลอบประโลมความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในใจของคนตรงหน้าให้หายไป ราวกับว่าความเจ็บปวดทั้งหมดมันก็แค่ภาพในฝันร้ายเพียงชั่วคืนเท่านั้น ........




“นานมาแล้ว ที่ฉันรักผู้ชายคนนั้น มันเป็นสิบๆปีตั้งแต่เจอกันครั้งแรก.......”




“.................................................”





“วัน หนึ่ง ......... ข่าวดีที่สุดในชีวิตฉันก็มาถึง ...... ฉันถูกสั่งให้แต่งงานกับผู้ชายคนนั้น โดยที่ฉันไม่รู้เลย ว่าข่าวดีของฉัน มันคือข่าวร้ายสำหรับเขา.....”





หยาดน้ำตาสีใสที่ เก็บกลั้นเอาไว้ หลั่งรินออกมาจากดวงตาสีดำสนิทที่ยังดูเรียบเฉยและเพ่งมองไปเพียงแต่ทางข้าง หน้า น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแต่ละพยางค์มันสั่นครือจนเกินจะควบคุม ......... มือใหญ่ที่อบอุ่นอยู่เสมอเอื้อมมาจับที่ฝ่ามือเรียวบาง ก่อนจะยกขึ้นมากุมไว้ที่อกหนา.......





“ จนมาถึงวันแต่งงาน ..... อะไรต่างๆที่ฉันฝันและวาดไว้บนอากาศมันต้องพังครืนลงมาไม่มีชิ้นดี เพราะว่า...... คนที่ฉันรักไปมีอะไรกับคนที่ฉันไว้ใจที่สุด...... ”




“................................................”





“ฉันทั้งโกรธทั้งเกลียด.....ทั้งเสียใจ กับสิ่งที่พวกเขาทำกับฉัน........ “





“..........................................”





“ใครจะรู้......ว่าแท้จริงแล้ว ....... ฉันนี่แหละที่มาทีหลัง ไม่ใช่อีกคนที่ไร้ยางอายเข้ามาประเคนไอ้ม้าโง่นั่นถึงที่!!!!”





เล็บ คมถูกจิกเข้าไปถึงเนื้อจนเลือดไหลซิบ ........ ยามาโมโตะทำได้เพียงกุมมือฮิบาริไว้แน่น ทั้งๆที่ตัวเองนั้นแทบอยากจะคว้าร่างตรงหน้าเข้ามากอดปลอบประโลมอย่างใด เขาก็ต้องกลั้นใจตัวเองเอาไว้ไม่ให้ทำแบบนั้น.......





“สอง คนนั้นรักกันมาก่อนฉัน ........ แต่ฉันที่เขาไม่ได้รักกลับต้องมาแต่งงานด้วย ...... มันเหมือนตกนรกทั้งเป็นเมื่ออยู่ด้วยกันโดยที่เขาไม่ได้รัก”




“................................................”





“กี่ ครั้งที่ฉันต้องมารองรับอารมณ์....... กี่ครั้งที่ฉันต้องมาสนองตัณหาที่ไม่รู้จักพอ.......และกี่ครั้งกันที่ฉัน ต้องถูกทรมาณทั้งร่างกายและจิตใจ!!!!”




“..............................................”





“แต่ มันก็ตลกสิ้นดี..... ฉันไม่เคยโกรธไม่เคยจะนึกเกลียดเจ้าม้าโง่นั่นเลยซักครั้ง..... ทั้งๆที่มันทำกับฉันขนาดนี้ ........ กลับกันฉันกลับเกลียดแสนเกลียดเจ้าสัตว์กินพืชซาวาดะ นั่นอย่างกับอะไรดี!!! ฉันอยากจะจับมันมาแล่เนื้อมันเป็นพันเป็นร้อยชิ้น แล้วเผาให้มันไม่มีแม้แต่ขี้เถ้า!!! ทั้งๆที่มันไม่เคยทำอะไรฉันเลยซักครั้ง!!!”





คำพูด ที่พรั่งพรูออกมาจากปากไม่หยุด กับน้ำตาที่ไหลรื้นออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ทำให้ร่างทั้งร่างของฮิบาริสั้นเทิ้ม ความอดทนที่มีของร่างสูงในที่สุดก็หมดไปจึงคว้าร่างบางเข้ามากอดไว้แนบอก ....... เพื่อซับน้ำตาแห่งความเจ็บปวดทั้งมวลให้หมดไป......







.............................................................................................................................................................





ตลอด ทางที่กลับโรงแรม ทั้งสองคนต่างไม่มีใครพูกอะไรออกมาเลยซักคำ มีเพียงเสียงเพลงคลาสสิกเบาๆที่ดังคลอเท่านั้น ....... เพลงแล้ว.... เพลงเล่าที่ดังขึ้นมาช้าๆ ไม่ได้ช่วยให้คนทั้งคู่ได้ทำลายบรรยากาศแห่งความวังเวงนี้ลงได้ จนกระทั่งถึงโรงแรมจึงเรียกสติของร่างบางให้กลับมายังจุดเดิม.....




แม้ สติจะถูกเรียกจนกลับเข้าที่เก่าแล้ว ฮิบาริก็ยังไม่เลือกที่จะกล่าวหรือพูดกับคนด้านข้างที่เงียบเชียบไม่แพ้กัน ..... เพราะฉะนั้นตลอดทางที่เดินไปยังห้องพักของทั้งคู่จึงเงียบเชียบ ไร้สุรเสียงเอ่ยเอื้อนใดๆ เล็ดลอดออกมา จวบจนถึงประตูห้อง.......










“ยามาโมโตะ......ถ้าฉันเจอแกเร็วกว่านี้....มันก็คงจะดี....”








ยา มาโมโตะที่กำลังจะหันหลัง และสอดคีย์การ์ดเข้าไปยังห้องตรงกันข้ามต้องหยุดชะงักลงที่เดิม กับประโยคที่เอ่ยออกมาเบาๆ เพื่อทำลายความเงียบ หากแต่มันยังดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเขาอยู่ ....... เหมือนเวลาหยุดอยู่ที่เก่า...... ร่างสูงค่อยๆหันกลับมาเผชิญหน้าร่างบางที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ไม่แพ้กัน ........




อารมณ์บางอย่างที่ปะทุขึ้นมาภายในจิตใจของ ร่างสูงหลังจากได้ยินคำพูดจากปากร่างบาง มันบดบังความถูกต้องให้จมลงไปในก้นบึ้งของความนึกคิดที่มี.....






ไม่ ถึงเสี้ยววิ..... ร่างสูงกระชากร่างบางเข้ามาหาตนเองก่อนจะประทับรอยจูบอันหวานซึ้งแก่อีกคน ....ที่ถึงแม้รู้ว่าผิด....แต่เขาก็ผละออกไปไม่ได้.....ราวกับว่าติดอยู่ใน บ่วงที่เรียกว่าราคะ......



................................................



....................




.......




.





.






.







ริมฝีปากนุ่มที่บดเบียดเข้าหากันด้วยความร้อนแรง เพราะอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆเนิ่นนานนับนาทีตั้งแต่จูบแรกที่หวานละมุน ร่างสูงกวาดลิ้นร้อนไปทั่วโพรงปากนุ่มของร่างบาง พลางเกี่ยวกระหวัดเรียวลิ้นเล็กด้วยความอยากกระหาย จนกระทั่งลมหายใจของร่างบางขาดห้วงไปเป็นระยะร่างสูงจึงถอนริมฝีปากออก โดยไม่ลืมที่จะขบเม้มกลีบกุหลาบนิ่มๆให้แดงช้ำจากรสสัมผัสเมื่อครู่.......





หลัง จากที่ยามาโมโตะถอนจูบอันแสนยาวนานออกไปด้วยความอ้อยอิ่ง ร่างทั้งร่างของฮิบาริอ่อนระทวยลงในอ้อมกอดของร่างสูง มือใหญ่ลูบไล้ตั้งแต่ต้นคอผ่องนวล ไล่ไปตามไขสันหลังนวลเนียน ก่อนเขาจะล้วงเข้าไปยังด้านในสาบเสื้อเนื้อดี พลางใช้นิ้วเรียวสะกิดตุ่มไตที่เริ่มแข็งชันสู้มือกร้าน ร่างบางไม่รอช้า.... รีบปลดกระดุมเสื้อสูทและเชิ๊ตของตัวเองทิ้งโดยเร็ว เพราะความอยากที่พุ่งสูงขึ้นทุกขณะวินาที ก่อนจะผลักร่างสูงลงบนเตียงกว้าง.....




ทันทีที่แผ่นหลัง แกร่งสัมผัสกับความนุ่มของผืนเตียง ร่างบางเดินขึ้นมาคร่อมร่างสูงไว้แทบจะทันที ฝ่ามือหยาบกร้านของคนข้างใต้ถูกยกขึ้นมาลูบไล้ผิวเนียนลื่นมือที่เปลือย เปล่าเล่นกับแสงไฟสีแหลืองนวล ที่ปรากฎอยู่ในคลองจักษุด้วยความพึงใจ .....





“อะ....ฮะ...อือ....”





เสียง ครางหวานถูกปล่อยออกมาจากริมฝีปากบาง เมื่อร่างสูงเลือกที่จะปลดซิบกางเกงสีดำสนิทของคนที่อยู่ด้านบนออกมา และใช้เพียงนิ้วมือคลึงส่วนที่ไวต่อความรู้สึกของร่างบางที่เริ