นางร้าย [69 VS 18 ,D18 10069] 4

posted on 25 Oct 2010 21:00 by chivas999
 
 
[Rokudo Mukuro Part]



“ทุก คนครับ....ผมขอแนะนำน้องใหม่ในวงการบันเทิงของเรา ซาวาดะ สึนะโยชิ ตั้งแต่วันนี้ไปเธอจะมาร่วมงานกับเราในฐานะนักแสดงคนหนึ่งนะครับ”




“สวัสดีค่ะ ถ้าผิดพลาดตรงไหนดิฉันก็ขอให้พี่ๆทุกคนช่วยให้คำแนะนำด้วยนะคะ”




น่า หมั่นไส้มันจริงๆ.....นังเด็กคนนี้.....เปลี่ยนหน้าตายะโสโอหังกลายเป็นแอ๊บ แบ๊วในชั่ววิ สกิลแหลมันสูงพอๆกับฉันเลยนะเนี่ย ..... ฉันทอดสายตามองไปยังนังเด็กใหม่นั่นด้วยความหมั่นไส้อย่างปิดไม่มิด ฉันไม่ลืมหรอกนะว่ามันด่าฉันเป็นดาราเก่าๆ แล้วมาทำเชิดใส่คนอย่างฉัน แต่พอมาอยู่ต่อหน้าคนหมู่มากมันกลับเปลี่ยนสีหน้าได้รวดเร็วปานกิ้งก่าเทือก เขาผีปันน้ำ ชิส์ อย่านึกนะว่าฉันจะยอมนะนังเด็กบ้า




“จากนี้ไปน้องเค้าคงจะต้องทำงานในบทนางเอกที่ยากมาก ผมอยากจะให้คุณมุคุโร่ช่วยดูแลน้องเค้าได้ไหมครับ? เพราะยังไงคุณก็แสดงบทนางเอกมานานมากพอสมควร....”




“คิก..คิก..”




จะ ด่าว่าฉันมันเป็นโบราณวัตถุควรค่าแก่การขูดหวยงั้นสิ......มาตบกันเลยดีกว่า มั้ยไอ้แว่น ดูนังนกเงือกนั่นหลุดหัวเราะคิกๆออกมาสิ มันยิ่งทวีคุณความหงุดหงิดให้ฉัน...อย่าให้ถึงตาฉันเถอะแก....





หลัง จากที่อีตาแว่นผู้กำกับไร้ประสิทธิภาพนั่นพูดบลาๆจบแล้ว ก็หันมาถามความคิดเห็นฉันที่ว่าจะโยนนังนั่นมาให้อุปภัมภ์ ฉันไม่ใช่เนอซเซอรรี่นะยะ ที่ต้องมาดูเด็กด้อยความสามารถ แถมยังมาส่งสายตาเอือมระอามาทางฉันด้วย...มันควรเป็นฉันนะยะที่จะต้องมอง หล่อนแบบนั้นน่ะ




“คึหึหึ ได้สิคะ...น้องเค้ายังขาดประสบการณ์ ให้ดิฉันแนะนำมันจะช่วยวิวัฒนาการฝีมือน้องเค้าให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่นะคะ”




คิด เกลียดคิดชังยังไงมันก็ต้องตอบว่าได้อยู่แล้ว เพื่อรักษาภาพพจน์อันแสนสำคัญของ (อดีต)นางเอกผู้แสนดีอย่างฉัน ขืนตอบไปว่าไม่ฉันก็ตกงานน่ะสิ...




“คุณเบียคุรันครับ....วันนี้มาดูงานเองเลยเหรอครับ เหนือความตาดหมายนะครับเนี่ย”



“ใน ฐานะสปอนเซอรร์รายใหญ่ผมก็ต้องมาแน่สิครับ ยิ่งวันนี้ได้ฤกษ์เปิดตัวนางเอกคนใหม่อยู่ด้วย ผมก็ต้องมาพิสูจน์กับตาว่าสวยอย่างคำร่ำลือรึเปล่า หึหึหึ”




เอา อีกแล้วนะยะสายตากรุ้มกริ่มน่ะ ขนาดฉันนั่งอยู่ตรงนี้ทั้งคนยังส่งสายตาหวานเลี่ยนไปให้นังนั่นอีก จะเลี้ยงไว้ในสต๊อคอีกคนรึไง ไอ้เสี่ยออฟเด็ก.... ฉันเหลือบตามองไปยังไอ้เสี่ยหัวขาว และกลอกตามองไปทางนังเด็กนั่นคนละที ส่งสายตากันหวานชื่นเหลือเกินนะยะ.....




ก๊อง!!!!




“อุ๊ย... พอดีเท้ามันเกิดการชักกระตุก มันเลยหลุดเท้าน่ะค่ะ.....คึหึหึ”




ฉัน เหวี่ยงรองเท้ากุ๊ดชี่ไปที่หน้าเวที ท่ามกลางสีหน้าอึ้งๆของเหล่ามนุษย์โลกในห้องนี้ เพื่อเรียกสติสตังของปลากัดกาลาปากอสทั้งสองสปีชี่ส์ สงสัยกลัวจะไม่ท้องถึงจ้องกันอยู่ได้....... เมื่อไอ้เสี่ยรู้ว่าฉันเริ่มแสดงความไม่พอใจออกมาให้เห็นกันจะๆ จึงรีบหลบตาแม่นางเอกในทันที แล้วมาทำเนียนถามว่าฉันเป็นอะไรบ้าง พอดีกับที่นังปลาเน่านั่นเดินออกมาจากด้านหน้าผ่านมาทางที่ฉันนั่ง




“เป็นอะไรมากมั้ยคะ โดนข้อเท้าพลิกรึเปล่า?”




“ไม่เป็นไรค่ะ”




ยัง มาทำยิ้มอ่อนโยนมารยาสาไถยใส่ พลางจับเท้าของฉันพลิกไปพลิกมาอีก จะมาจับทำไมยะ ขยะแขยงนังปรสิต!!ไม่ถีบยอดหน้าให้ก็บุญแล้วย่ะ ฉันเท้ากลับด้วยความรังเกียจ ไม่ต่างกับมันที่ตอนนี้เอามือตัวเองไปถูชายกระโปรงตัวเอง และราดแอลกอฮอล์ที่พกมาด้วยใส่มือเหมือนกัน ทำแบบนี้จะหาเรื่องฉันรึไงยะนังนี่....




“ถึกๆอย่างเธอน่ะกะอีแค่ข้อเท้าพลิกแค่นี้ไม่ทำให้กระอักเลือดหรอกนะ......นังสับประรดรากเน่า”




นั่นไง.....นังนกแร้งซาฮาร่าผีเจาะปากออกมาสอดจนได้สิน่า....





ฉัน เงยหน้าขึ้นไปสบตาคมๆของนังนั่นในทันที ที่มุมปากเน่าๆของมันยกยิ้มขึ้นมานิดหนึ่งเพื่อเป็นการถากถางฉันเล่นๆ ทางลักษณะทางกายภาพ ถึงแม้ว่ามันจะเล็กน้อยแต่มันก็ทำให้ฉันเดือดพอสมควร ตรงข้ามกับใบหน้าของฉันที่กำลังปั้นยิ้มอยู่สุดความสามารถ.....อดทนไว้....




“ว่าง นักล่ะก็ไม่ไปทำตัวให้เป็นประโยชล่ะ ..... ยืนบดบังรัศมีทัศนียภาพของคนอื่นนี่มันน่าพึงประสงค์แล้วเหรอคะ .... หรือว่า....หงุดหงิดจิตงุ่นง่านเพราะอิจฉา....ที่ไม่มีปั๋วมาคุมเหมือนอย่าง ฉัน อย่างนั้นก็เท่ากับว่าคุณมันก็โคตรไร้ค่าเลยน่ะสิคะ ..คึหึหึ”




“ก็ ยังดีกว่าใครบางคนแถวนี้แหละว้า.....มีปั๋วมาอยู่ด้วยทั้งที....แต่ก็ไม่ได้ มาเพราะจุดประสงค์ที่ว่ามาดูแล แต่มาหาเมียน้อยเพิ่ม .....อันนั้นมันไม่น่าอนาถกว่าเหรอยะ”




จี๊ด......มันจี๊ด(ว่ะ) นังนี่....เมื่อก่อนมันไม่ได้มีสกิลปากคอเราะรายอย่างนี้นี่ มันไปอัพเดตมาตอนไหนกันนะ
ว่า แต่ปั๋วที่มานั่งคุมฉันล่ะ...... ว่าแล้วเชียว อยากตบให้ถั่วไหลออกมาทางรูจมูกจริงๆเลยไอ้ตัวนี้......ไปนั่งอี๋อ๋อกะแม่ นางเอกหน้าไหปลาร้าอยู่มุมห้องนู่น รู้งี้ไม่ให้มันมาดีกว่า....




หัน กลับมาอีกทีก็มีแต่ธาตุอากาศ...กับเสียงหัวเราะแว่วๆของนังนกกระจาบนั่น ไปแต่ตัวยังจะมาฝากเสียงบัดซบให้หงุดหงิดเล่นอีกรึไงยะ... เฮ้อ......อย่าให้ถึงตาปั๋วมันมาบ้างเถอะ จะสมน้ำหน้าให้ ถ้าปั๋วมันมาหลงเสน่ห์นังปลาซาร์ดีนหน้าปลาเค็มตัวนี้มั่ง ...... ฉันนี่แหละจะหัวเราะใส่มันคนแรกเลยย่ะ......




........................................................................................................

...........................................................................


.........................................

.......................

.........

......

....

..

 



“ทุกคนครับเตรียมตัวด้วยนะครับ เราจะถ่ายฉากแรกกันแล้ว นะครับ ประจำที่....ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง แอ๊กชั่น”




สิ้น เสียงสั่งแอ๊กชั่นของผู้กำกับหรือก็คือไอ้แว่น...... ฉันที่แต่งหน้าทำผมเพิ่งเสร็จหมาดๆมาสคาร่ายังไม่แห้งมีอันต้องเดินเข้ากอง ไปตามพระบัญชา ปราสาทโออ่าใหญ่โตที่นี่หรูหราชะมัด เห็นเก่าๆแบบนี้แต่ออฟชั่นมันมีเพียบ ดูสิ....ขนาดลูกบิดยังเป็นทองเคเลย.....




ฉันค่อยๆปั้นหน้านิ่งสไตล์คุณหนูผู้ดีตามบทบาทที่ได้รับ เดินเข้าไปนั่งพับเพียบเฉิดฉายความงามให้โลกได้รับรู้ เยื้องกับนังนกแร้งซาฮาร่า ที่ส่งสายตานิ่งเฉยใส่ฉัน ....ฉันรู้นะยะว่าแกด่าฉันอยู่ในใจนังพลานาเรีย!!! เชอะ.......อย่าไปสนใจสิ่งมีชีวิตที่โลกลืมเลย เห็นหน้ามันยิ่งทำให้รอยหยักในสมองฉันมันลดลง ....... เข้าเรื่องเลยละกัน.....




“เจ้าคุณพ่อคะ.....ที่เรียกมาที่นี่มีเรื่องอันใดกันเจ้าคะ เรียกกันมาซะใหญ่โตทั้งบ่าว ทั้งไพร่”




คำ พูดกับเสียงเย็นๆของนังเป็ดเทด ง้างออกมาจากปากที่ปกติจะปิดสนิทอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งจิกสายตาใส่ฉันยกใหญ่อีตอนที่พูดว่า “ไพร่” และหันกลับไปพูดกับดารารุ่นใหญ่ที่สวมบทเจ้าคุณพ่อตรงกลางห้องอย่างเร็วรวด ...... ต๊าย...เนียนนะยะนังนี่ ......




“ที่เรียกมาใน วันนี้พ่อก็ไม่ได้มีเรื่องอันใดนักหนาหรอก พ่อแค่เรียกพวกเจ้ามาเพื่อจะบอกว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พ่อจะรับภรรยาคนใหม่ และน้องสาวอีกคนมาอยู่กับพวกเจ้า”





ฉัน นั่งทำตาโตนิ่งค้าง ปากคอสั่นระริก ฉันกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด พลางมองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยความสับสนงงงวย ไม่ต่างอะไรกับคนที่อยู่เยื้องกันไป ถึงแม้คำพูดจะไม่หลุดออกมาจากปาก แต่ก็ส่งสายตาที่ไม่เข้าใจไปยังเจ้าคุณพ่อ ......... คิดจะมาตีบทให้แตกแข่งกับฉันรึไงยะ!!!




“ลูกคงจะดีใจ สินะที่จะได้มีน้องสาวคนใหม่......พ่อคงอยู่ได้อีกไม่นาน อีกไม่กี่ปีคงได้ไปอยู่ในหลุมกลางป่าช้า พ่อจึงอยากให้ลูกๆทั้งสองคนรักน้องเหมือนเป็นคนในครอบครัวคนหนึ่ง ลูกทำได้ใช่มั้ย....”




ดีใจตายแหละค่ะเจ้าคุณพ่อ.......




“แล้วไหนล่ะคะ...... เจ้าคุณแม่คนใหม่ และน้องหญิง”





ฉัน โพล่งถามออกไปตามบท พลางชะเง้อคอมองหา ไม่นานนัก ผู้หญิงดูมีเสน่ห์คนหนึ่งก็เดินเฉิดฉายเข้ามาด้านในปราสาท พร้อมกับ......เด็กผู้หญิงแต่งตัวน่ารัก ผมฟูๆสีน้ำตาลที่ประดับด้วยริบบิ้นสีขาว กับชุดเดรสคลุมเข่าสีชมพู......มันทำให้ฉัน.........อยากเข้าไปกระชากคอ เสื้อแล้วเขวี้ยงตัวมันทิ้งลงบันได........





ฉันเกลียดมันจัง........นังกระเบนลิง





นั่น ไง......มันจะเผลอเป็นไม่ได้ใช่ไหม...ไอ้เสี่ย..... เผลอไปสามวิ ก็มือไว้ใจเร็วแอบลูบขาอ่อนนังนั่น แล้วดูมันสิ...เสแสร้งทำตัวบิดไปบิดมายังกับงูดิน แหม....ถ้าอายนักแล้วแกไปยืนให้เค้าลูบทำไม(วะ)





ฉันถลึงตามองไอ้เผือกต้มนั่นด้วยสายตาอาฆาต ซึ่งก็เป็นทางเดียวกับที่นังปลาน้ำกร่อยนั่นยืนอยู่พอดี เลยไม่ถูกสั่งคัท


..............................................................


..............................


...........



.....



.



.



ข้าม เลยละกัน..... หลังจากที่เล่นไปได้แบบลื่นไหลไม่มีคัท ก็ถึงเวลาพักเบรค แต่ใครจะรู้ว่าช่วงเวลาที่ฉันจะได้พักมันกลับต้องกลายเป็นช่วงเวลาที่ฉัน รังเกียจที่สุดไปได้!!!!




“คุณมุคุโร่ครับ......ไปทาน ข้าวกับสึนะโยชิด้วยกันนะครับ เห็นน้องเค้าจะชวนคุณไปกินด้วยแต่คุณก็หายไปไหนไม่รู้ นี่เค้าก็ชวนกันครบทุกคนแล้วนะครับ เหลือแค่คุณคนเดียว”




“แต่....ฉันมะ.....”





“ต้องไปครับ .....จะถือว่าเป็นการกระชับความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับน้องเค้า ขนาดคุณฮิบาริยังไปเลยนะครับ”




ฉันที่กำลังอ้ำอึ้งจะตอบกลับต้องหุบปากฉับ ใช่...ภาพพจน์นี่เนอะ...... เหอะ....นังนกเอี้ยงด้วยเหรอ..... ดีเลย.....




“ตกลงค่ะ ไปก็ไป....”





ตอน นี้ฉันกำลังนั่งอยู่ในปราสาทสถานที่ทางกองถ่ายจัดให้เสือหลายๆตัวมารวมกัน อยู่ในถ้ำเดียว......ฉันเข้าใจแล้วล่ะทำไมถึงอยากให้ฉันมาด้วยนักหนา ที่แท้.....ก็ให้ฉันนั่งใกล้หัวโต๊ะตรงข้ามกับนังเป็ดไล่ทุ่ง และจัดให้ตัวมันนั่งชิดกับเสี่ยฉันอยู่ตรงข้างหัวโต๊ะอีกฝั่ง...... กล้าดีนะยะหล่อน.....




“หึ.....อิจฉารึไง....นังผลไม้โกงตราชั่ง”





ไม่ พูดซักคำแกจะตายมั้ยนังนี่ ..... ฉันเหลือบสายตาขึ้นมองหน้านังผีบ้า ยัยนั่นส่งสายตาสมน้ำหน้ามาทางฉัน ไม่พอแค่นี้ อีกคนที่นั่งเกาะแกะสามีฉันปานปลิงควาย หันมายิ้มหวานให้ฉันพลางวาดปากออกมาเป็นคำว่า สะใจ




ไอ้พวกนนี้นี่.....อยากโดนตบด้วยกระทะเทฟล่อนรึไง......




“คุณสึนะโยชิ....กินนี่มั้ยครับ...อร่อยนะ.....”




“ว๊าย...ไม่เอาค่ะ มีผักด้วย สึนะไม่เอาผักน้า~~~”





“ไม่ดีนะครับ...เดี๋ยวไม่โตหรอกนะ”





อี๋ ออ๋อกันเข้าไป....... เห็นแล้วมันแค้นมันเคือง อีนังคนด้านหน้าฉันนี่ก็หัวเราะคิกๆคักๆ ยี้....ผักไม่กิน ไม่เอา ไม่ชอบ ไอ้เสี่ยก็ตักให้กลัวมันจะไม่เป็นหนอนผักชีรึไง ทำตัวจิ๊จ๊ะน่ารำคาญ ชวนให้หงุดหงิดเล่นๆ ฉันจะหักคอแกจิ้มน้ำพริกซะ!!!!




“คึหึหึ.....คุณสึนะโยชิคะไม่สนใจปลา “แรด” นึ่งมะนาวเหรอคะ อร่อยนะคะ ปลา “แรด” เนี่ย”




ดู เหมือนคิ้วข้างใดข้างหนึ่ง ของใครบางคนใกล้กับหัวโต๊ะอีกฝั่งจะกระตุกยิกๆ หลังคำเชิญชวนจากปากฉัน ไอ้เสี่ยถึงกับเงียบ และลุกเข้ามานั่งข้างฉันโดยฉับพลัน ..... เหมือนรู้หน้าที่





“ว่าแต่ว่าคุณไม่ลองดูก่อนเหรอคะ ดูจะเชี่ยวชาญเรื่อง ปลา “แรด” เป็นพิเศษ”




“คิก....คิก”





ปากกล้าดีนะยะหล่อน... นังนี่ก็อีกคน....หัวเราะคิกๆ ตลกอะไรนักหนายะ อยากโดนตบใช่มั้ย????





“คุณฮิบาริคะ.....วันนี้ทำไมคุณดีโน่ถึงไม่มาอยู่ด้วยล่ะรึว่าเตียงหัก คึหึหึหึหึ”





ปากที่หัวเราะคิกๆ หุบฉับ พลางมองหน้าฉับอย่างอาฆาตแค้น....มีเหรอฉันจะกลัว.....กลับเชิดหน้ามองมันอีก สะใจว่ะ เถียงไม่ได้ล่ะสิ!!!




“ก็ยังดีกว่าปั๋วเธอ นั่งปั้นยิ้มอยู่ข้างๆ แต่สายตานี่ขาอ่อนรุ่นร้องเธอเลยนะ”





ฉัน หันขวับกลับไปมองไอ้เสี่ยทันที ก็จริงอย่างที่ว่า สายตานี่มันโลมเลียขาอ่อนนังนั่นอยู่จริงๆ หมดสิ้นแล้ว...ความอดทนที่มี ฝ่ามือเรียวๆของฉันตบเพี๊ยะไปยังเกศาขาวๆนั่นโดยไม่ออมแรง เหอะ!!! เจ็บมั้ยล่ะแก......





“คึหึหึหึ..... พอดีมีแมลงเข้ามาจับผมคุณเบียคุรันน่ะค่ะ ฉันเลยอาสาจะเอาออกให้ แต่...อุ้ย.......หน้าซีดๆนะคะนั่น....ไปค่ะ ไปพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ พอเลิกงานแล้วกลับพร้อมกันนคะ ....อย่าลืม คึหึหึหึหึ”





เสร็จ สิ้นแผนการขจัดไอ้ตัวลามกไปสู่แดนโลกันตร์เรียบร้อย ฉันมองตามพวกสต๊าฟร่างบึกบึนที่คอยพยุงไอ้เสี่ยนั่นด้วยความดีใจที่หมดตัว ขัดขวางสงครามน้ำลายระหว่างฉันและนังปรสิตทั้งสอง!!!





“อุ้ย....ถึงกับไล่สามีแบบนี้กลัวจะโดนแย่งล่ะสิคะรุ่นพี่ ...... ถึงว่าน