[Short fic] [D18] [Catch me !!! If you can!!!] END!!

posted on 31 Oct 2010 22:26 by chivas999
 
 


Part 2

 
“โรมาริโอ้โทรบอกทีมแพทย์ของคาบัคโรเน่ให้มาที่โรงเรียนนามิโมริด่วนเลยนะ!!”



ขณะนี้.... โรงเรียนนามิโมริอันสงบสุข กลายเป็นเหตุการณ์ชุลมุนครั้งยิ่งใหญ่ ญี่ปุ่งมุงมากหน้าหลายตาหลายจำพวก ต่างยืนออกันที่ทางเข้าโรงเรียน ซึ่งมีรถเก๋งราคาเฉือนกระดูกจอดเรียงเป็นตับนับสิบคันรายรอบถนน พร้อมกับชายชราหัวเถิกทั้งหลาย ที่อยุ่ในชุดกาวน์สีขาวและถืออุปกรณ์รักษาพยาบาลติดมือมาด้วย




เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่ไม่หยุดไม่หย่อน บ้างว่าที่หมอแก่ๆใกล้นอนโลงมาที่นี่เพื่อรักษาอาการกามโรคของหมอจามาล บ้างก็ว่ามาที่นี่เพื่อชันศูตรศพเด็กต่างโรงเรียนที่กรรมการรักษาระเบียบแอบซุกศพเอาไว้แถวหลังส้วม
คิดไปเป็นตุเป็นตะสารพัด... แค่ใครจะรู้ว่าที่หมอมาเต็มโรงเรียนแบบนี้เพราะมาทำอะไรอนาถจิตบางอย่างต่างหากล่ะ .....




“อาการเคียวยะเป็นไงบ้างโอเครึยัง??”




ชายหนุ่มสุดหล่อที่คนซุงแหลแถวนี้หมายปอง ไต่ถามเพราะความเป็นห่วงเหลือคณานับ ก็จะไม่ให้ห่วงได้ไงล่ะ เดี๋ยวชาวบ้านเค้าจะเอาไปแจ้งกระทรวงศึกษาธิการเอาได้ว่าพ่อรูปหล่อคนนี้สอนไม่ตรงหลักสูตร แถมยังทำเด็กในโอวาทตายคาที่แบบนี้อีก ไม่ดี....ไม่ดี... มันเสื่อมเสียไปถึงคาบัคโรเน่!!




“ยังเลยครับ!! สงสัยคงต้องส่งเข้าโรงพยาบาลด่วนเลยครับ!!”




“งั้นเลยเหรอ หมอครับ!! หมอ!!!”




ชายหนุ่มหันมาเรียกตาแก่หัวเถิกทันทีที่เห็นหน้า พลางผลักใสไล่ส่งคนเป็นลมให้ทันทีไม่ต้องคิดอะไรมาก ส่วนไอ้คนที่แหลลึกอยู่ เหงื่อกาฬไหลพรากๆ แถมยังสาปแช่งด้วยประโยคและคำที่ออกอากาศไม่ได้อยู่ในใจ ....




“คุณดีโน่ครับรีบพาเข้าโรงพยาบาลเถอครับ!! ตอนนี้ความดันเลือดของคนไข้พุ่งสูงถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบสี่แล้ว (เวอร์)!!”




อยากจะบอกเหลือเกินว่าไอ้ที่ความดันขึ้นพรวดๆ จนเส้นเลือดในสมองมันโป่งออกมาเกือบจะแตกน่ะ มันไม่ได้เป็นเพราะอาการชัก แต่มันเป็นเพราะแก้ไขสถานการณ์ไม่ทันน่ะเซ่!! ไอ้พี่โน่หัดรู้ตัวซะบ้างว่าเค้ากำลังอ่อย... กำลังอ่อย!! ไม่ได้เป็นหัดเยอมันเหมือนไอ้หัวมะเขือยาวนั่นมันตู่เอาเอง!!!




ขณะที่ในใจกำลังบ่นๆด่าๆอยู่นั้น พริบตาเดียวพ่อเจ้าประคุณคนงามแกก็เข้ามาอยู่ในรถคันสวยติดสติกเกอร์สิบล้อทั่วคัน พลางส่งเสียง มี๊หม่อ มี๊หม่อรบกวนหูชาวบ้านชาวช่องเค้าไปทั่ว




โถ..... รถพยาบาลก็ได้... ทำไมต้องปอเต็กตึ๊ง!!!




.





.





.





“ไม่นะเคียวยะ!! อย่าเป็นอะไรนะ!! ถ้านายเป็นอะไรไป (อย่างแรกผมคงโดนตำรวจสอบสวนยาวแน่นอน ว่าไปทำอีท่าไหนลูกศิษย์ผมถึงได้ดับอนาถด้วยหัดเยอรมัน แถมต้องถูกทางวองโกเล่ตราหน้าว่าผมมันไอ้คนไม่มีความรับผิดชอบต่อชีวิตผู้พิทักษ์ของพวกเขา ทำให้ต้องเสียเวลาในการเสาะหาคนที่มีความสามารถขนาดนั้นเข้าแฟมิลี่อีก ที่สำคัญมันทำให้เสียงบประมาณเป็นจำนวนมหาศาล แน่นอนทางวองโกเล่ต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผมแน่ๆ พ่อแม่ของเคียวยะต้องรุมประณามผมจนผมมีหน้าอยู่ในวงสังคมไม่ได้ พวกเขาต้องเรียกร้องให้ผมทำเคียวยะมาคืนแน่ๆ แล้วผมจะทำยังไง!!! เมียผมก็ยังไม่ได้แต่งเลยซักคน!!) ฉันคงอยู่ไม่ได้!!!”





ถ้าเป็นละครหลังข่าวช่องสามสีรึหลายสีมันคงจะซึ้งกว่านี้ .... มีพระเอกวิ่งตามเตียงเข็นคนไข้เข้าไปในห้องฉุกเฉินแล้วพลางเรียกชื่อนางเอกเมื่อใกล้จะตาย ทว่า.... นี่มันไม่ใช่ในละคร... และนางเอกยังไม่ได้พะงาบๆแต่อย่างใด ออกจะสบายดีด้วยซ้ำ..... เผอิญที่มันเหมือนละครเพราะพระเอกมันโง่เองก็เท่านั้น....




.




.




.




ทันทีที่ประตูห้องฉุกเฉินปิดลง..... หมอกับพยาบาลต่างพากันวิ่งวุ่นหาอุปกรณ์ต่อลมหายใจให้คนงาม  ไม่ทันที่หมอจะเอาไอ้อุปกรณ์หน้าตาแปลกๆไปยัดอะไรที่ตรงไหนของคนไข้ อยู่ๆคนไข้คนสวยก็ลุกพรวดขึ้นมาปานผีเข้า หมอพยาบาลตกใจจนมีดหล่นเคร้งตร้างกันถ้วนหน้า ยิ่งผวากันขึ้นไปอีกเมื่อสายตาคมๆเริ่มจ้องแต่ละคนเรียงตัว....




“ฉันไม่ได้เป็นอะไร.... แล้วพวกแก... อย่าเอาเรื่องนี้ไปปูดล่ะ”




.





.





.






“อ้อ... จัดห้องพิเศษให้ฉันไว้ซักห้องจากนั้นพวกแกก็ไสหัวไปซะ ...... อย่าลืม...เรียกคู่กรณีฉันเข้ามาด้วย...”





หมอหัวเถิกกับพยาบาลทั้งหลายพยักหน้าหงึกหงักเพราะกลัวตายซะเหลือเกิน ก่อนจะแย่งกันวิ่งออกจากห้องไปเตรียมห้องพิเศษและอัญเชิญคู่กรณีหัวทองให้มารับกรรมด่วน!!!




เมื่อรู้จากหมอว่าอาการของคนไข้ไม่ได้เป็นอะไรมากอย่างที่คิด แถมยังบอกให้เข้าไปหาที่ห้องพิเศษด่วน บอส
หนุ่มหน้าหล่อก็ถอนหายใจโล่งอกในทันที ที่ยังไม่ได้ทำให้ลูกเค้าตาย พลางเดินไปห้องพิเศษที่ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงได้ไกลนัก....




พอเปิดประตูเข้าไปก็เจ้าคนไข้หน้าสวย ที่หลับตาพริ้มอยู่บนเตียง คิ้วเรียวๆขมวดเป็นปมแน่น ก็ไหนว่าจะให้มาหาล่ะ?? ไหงหลับตาพริ้มแบบนี้?? ไม่ต้องได้งงเป็นหมาสงสัยนานนัก สายตาที่ดีแต่ถ้ำมอง(?)เป็นอย่างเดียว ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นกะละมังสังกะสี ขอบอ่างพาดผ้าขนหนูไว้ผืนหนึ่ง อีตรงข้างๆกะละมังมีกระดาษเอสี่เขียนติดไว้ด้วย



ขอโทษนะคะพยาบาลติดธุระ พักงานไปทำลูกค่ะ



ถุย!!! พยาบาลประสาอะไรฟระ!! พักงานไปติ๊ดชึ่ง!!





มาดมาเฟียออกลายในบัดดลทันทีเมื่อได้อ่านข้อความชวนยิงทิ้ง ริ้วรอยที่ไม่คิดวาจะมีเริ่มออกมาทางหน้าผากเป็นแฉกๆ เมื่อนึกไม่ออกว่าจะทำยังไงกับคนไข้ตรงหน้าดี นัยตาสีน้ำตาลอมทองมองไปทางกะละมังสังกะสีขอบบิ่นที มองหน้าคนไข้ที  ในที่สุดสมองม้าๆก็ดังปิ๊ง!!!



เอาวะ!! ยังนอนอยู่คงไม่ลุกเอาเข็มฉีกยามาแทงคอหอยตรูให้ดับตอนนี้หรอก!! รีบเช็ดตัวเร็วๆจะได้เสร็จซักที!!



คนที่คิดว่านอนอยู่กลับไม่ได้นอนอย่างที่คิด..... เปลือกตาบางค่อยๆปรือขึ้น เพื่อไม่ให้จับสังเกตได้มากนัก ในใจก็กู่ร้องราวกับถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง แต่ก็ต้องหลับไปอีกครั้งเมื่อไอ้คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยปีนขึ้นมานั่งเตียงและเริ่มแกะเชือกที่มัออยู่ด้านหน้า



เสร็จแน่ เสร็จแน่ เสร็จแน่!!!!




คิดอกุศลโรคจิตวิปริตอยู่ข้างใน พลางจินตนาการถึงไอ้คนที่มันเช็ดตัวให้ ไปทางเสื่อมเสียร้อยแปด ในหัวเริ่มหลั่งไหลความคิดยั่วยวนต่างๆนาๆ ก็ในเมื่อบรรยากาศเป็นใจ แถมสภาพอากาศกับเวลาอันโพล้เพล้แบบนี้มันเป็นเวลาที่เหมาะแก่การเสียตัวที่สุด!!!





ขณะที่บอสหนุ่มกำลังเช็ดที่ลำคออยู่นั้น ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น!! มือน้อยแต่เรี่ยวแรงมหาศาลจับหมับเข้าที่มือใหญ่ ชนิดที่ว่าเหนียวกว่ากาวดักหนูล้านเท่า เพราะไอ้คนที่ถูกลวนลามไม่รู้ตัวพยายามดึงออกอย่างเต็มที่ แต่ทำอย่างไรมันก็ดันไม่หลุด แถมยังจับไถลไปเรื่อยๆจนถึงแถวหน้าอกเนียนๆชวนสยิวกิ้ว....





“อืม.... อ๊ะ....”



อ่อยให้ขนาดนี้แล้วอย่ามาทำตัวเป็นสุภาพบุรุษอีกนะแก....




ดีโน่สะดุ้งจนตัวโยนกับการกระทำลมเพลมพัดให้ชวนจิ้นไปไกลของคนป่วย มือใหญ่เริ่มสั่นเทาขึ้นเรื่อยๆ ..... ไม่ใช่ว่าเกิดอารมณ์อะไรขึ้นมาหรอกนะ แต่มันสั่นเพราะกลัว!!! กลัวว่าจะไปทำอะไรผิดพลาดเข้าลูกเค้าตายเดี๋ยวอาจารย์อย่างเขาจะซวย!!!





ดีโน่ใช้แรงเฮือกสุดท้ายชักมือกลับ ทำให้คนที่มือตุ๊กแกเมื่อกี้เกือบกลิ้งตกเตียงดับอนาถ แต่ด้วยสกิลที่ว่า “ตรูเก่งกว่าพระเอก” ถึงทำให้ไม่เสียภาพพจน์เท่าไรนัก ถ้ามันจะเสียมันก็คงจะมาเสียที่ไอ้คนไม่รู้ความนี่แหละ !!!





“อะ.... หนาว... ดีโน่”





มารยาเล่มที่สิบแปดถูกหยิบมาใช้ในนาทีฉุกเฉิน เจ้าตัวกะวาวันนี้จะรวบหัวรวบหางให้ได้อย่างใจนึก ใครจะว่าพ่อเจ้าประคุณมารยาสาไถยตอนนี้เฮียไม่สน ขอให้พี่โน่วร้องอู้อ้าว์อย่างเดียวนี่แหละชัยชนะ!!





ฝ่ายคนไม่รู้เรื่องเริ่มลน ในหัวก็คิดไปอีกทางหาว่าไอ้คนที่นอนแบ็บอยู่บนเตียงเกิดอาการใกล้จะตายเข้าแล้ว แต่ก็ต้องทำใจดีสู้เสือเข้าไปดูอาการ ก่อนจะจิตตกเรียกหมอเข้ามา เผื่อตายจริงๆเค้าก็กลายเป็นผู้ต้องหาและโด่งดังไปทั่ว แต่นี่ถ้าตายกระทันหันต่อหน้าต่อตาเค้า ก็พอจะจัดการกับศพได้ละนะ......




ดีโน่ลอบกลืนน้ำลายลงคอหนึ่งอึก เมื่อเห็นสีหน้าที่ตั้งใจมายั่วของลูกศิษย์ตัวดี ไม่ทันได้หือได้หาอะไร อยู่ๆคนที่นอนก็เกิดปฏิกิริยาเดิมอีกครั้งเหมือนเมื่อคราวกาวดักหนู แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่จับเอาไว้อย่างเดียว รอบนี้น้องยาแกลากพี่คนโง่ขึ้นมาบนเตียงด้วยเรี่ยวแรงที่ไม่รู้ว่าเอามาจากไหน และผิดวิสัยคนป่วยอย่างยิ่ง..... อย่างว่า.... ไอ้ความผิดปกติที่แม่ยกอย่างเราๆสังเกตกันได้ตั้งแต่ปีมะโว้ มันจะไปสะกิดต่อมฉลาดของพี่แกได้ยังไง ยิ่งไปกว่านี้หัวที่ไม่ค่อยมีรอยหยักเท่าไรกลับคิดอะไรชวนให้แม่ยกคันมืออยากตบเกรียนให้สมองไหลออกทางรูจมูก!!!


ชักแล้ว!!.... ทำไมอาการข้างเคียงถึงได้เป็นแบบนี้!! ไม่ได้การต้องเรียกหมอให้เร็วที่สุด!!![/i]




รู้ทั้งรู้อยู่ว่าทั้งเนื้อทั้งตัว โดนรัดอยู่ในอ้อมแขนผอมบางยังกับคีมเหล็ก พ่อเจ้าประคุณคนโง่แกยังมีสติจะกดออดเรียกพยาบาลให้เข้ามาช่วย แต่มีหรือ.... ที่คนอ่อยจะยอมให้ทำแบบนั้นได้ แขนผอมบางยิ่งรัดตัวคนที่อยู่ด้านบนแน่นขึ้นอีกจนหายใจพะงาบๆ มือใหญ่ก็พยายามไขว่คว้าออดจนหมดแรงแน่นิ่งอยู่กับตัวคนข้างล่าง.....




“แฮ่ก.... แฮ่ก...”



รอบแรกมันไม่ได้ผล รอบที่สองได้ผลแน่นอน!!





คิดได้ดังนั้นก็พยายามอีกครั้ง โอ้.... สมองม้านี้ยังมิทันสมองนกหื่น..... ไม่ทันจะได้ขยับตัวไปไหนแรงรัดก็มากขึ้นเอาซะเฉยๆ จนเจ้าพ่อคาบัคโรเน่ร้องแอ๊ฟ ใช้แรงเฮือกสุดท้ายกลิ้งลงไปข้างล่างหวังจะให้ตัวเองรอดพ้นจากอ้อมกอดมรณะ!!!




โครม!!





ทั้งคนป่วยทั้งคนเฝ้าลงมากองกันอยู่ข้างล่างทั้งคู่ ดีโน่รีบคลานออกมาจากบริเวณนั้นเร็วรี่ เพราะกลัวว่าตัวเองจะต้องตกไปอยู่ในสภาพน่าอนาถแบบเมื่อกี้อีกรอบ ทว่า....เหมือนเดิม ไม่ทันจะได้คลานไปไหน ข้อมือใหญ่ก็ถูกคว้าไปโดยไม่ได้ตั้งตัว ด้วยความกลัวพี่แกเลยทั้งสะบัดทั้งดึง สะดีดสะดิ้งเหมือนกระเทยเฒ่าแถวสีลม โดยที่ไม่ยอมมองไปข้างหลังเลยสักนิด ว่าไอ้คนที่จับอยู่ลุกขึ้นมานั่งจ้องตาแป๋วอยู่ข้างเตียงแล้ว....




“รังเกียจกันมาสินะ...”




น้ำเสียงแสดงอารมณ์น้อยใจดังออกมาจากด้านหลังเจ้าพ่อคาบัคโรเน่เบาๆ เป็นสัญญาณให้พี่แกเลิกสะดีดสะดิ้ง ก่อนจะค่อยๆหันไปมองเด็กน้อยที่ดูแล้วยังไงก็ไม่มีอาการอะไรออกมาทางสีหน้า แต่ในความรู้สึกลึกๆทำไมถึงได้เห็นภาพซ้อนของลูกศิษย์ตัวดีใกล้จะเป่าปี่ละนี่??




“ค... เคียวยะ อาการดีขึ้นแล้วเหรอ...เป็นห่วงแทบแย่กับอาการชักเมื่อกี้แน่ะ ”




นัยตาสีนิลฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาในบัดดลที่ประโยคคำถามสิ้นสุด มืองามๆที่ใช้จับทอนฟาซ้อมทุกวี่ทุกวันซัดป้าบเข้าไปกลางกระหม่อมจนหน้าหัน เขาไม่เข้าใจเลย .... ทำไมมันถึงขาดโอเมก้าสามได้ขนาดนี้!!! เคยกินมั้ยน้ำมันตับปลาน่ะเคยกินมั้ย!!!




“โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ........ ไปกินหญ้าป๊ายยยย!!!”





ดีโน่ได้แต่อึ้งกับปฏิกิริยาผีเข้าผีออกของฮิบาริ สงสัยผีรอบนี้ที่เข้าคงเป็นผีนังหลามเรือนวาเรียแน่นอน ถึงได้เซอร์ราวด์ได้ทะลวงแก้วหูแบบนี้.....




“ป...เป็นอะไรไปเหรอเคียวยะ ไม่สบายตรงไหน เรียกหมอให้นะ”




.


.



.






.





“ว่าแต่จะเอาหมอผี หรือคุณหมอขาดี...”





เคร้ง!!!





“แกไม่รู้อะไรเลยจริงๆงั้นเหรอ!!! ดีโน่!!! แกรู้มั้ยฉันพยายามอ่อยให้แกกี่ครั้งตั้งแต่ซ้อมอยู่ที่โรงเรียนนั่นน่ะ!!! แกไม่รู้เลยใช่มั้ย!!!”





ดีโน่ถึงกับเอ๋อไปทันทีเมื่อฮิบาริได้ทีระเบิดอารมณ์ใส่จนหน้าดำหน้าแดง และเริ่มระลึกความหลังตั้งแต่อยู่โรงเรียน.....




โอ้ว....... งั้นที่เคียวยะอยู่ๆก็เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนเราตอนนั้น ไม่ได้เป็นเพราะเราดึงแส้แรงไปใช่มั้ย ยั่วสินะ??? ที่เคียวยะบ่นว่าร้อนแล้วถอดเสื้อออก ยั่วสินะ??? แล้วที่ให้เช็ดตัวเมื่อกี้ ยั่วสินะ???




.






.





.





.






โน่วมันโง่ววววววววววววววว




.






.






.






เหมือนจะสำนึกอะไรบางอย่างได้...... แต่ปากเจ้ากรรมก็สุดแสนจะหนักอึ้ง ทำได้แค่จ้องหน้าอีกคนจนจะทะลุไปถึงแกนสมอง....





“ฉันเข้าใจดีโน่ฉันมันบ้าไปเอง....”





พูดไปก็พยายามพยุงตัวเองลุกไปด้วย... เฮ้อ.... ในที่สุดความพยายามมันก็ต้องสิ้นสุดลงตรงนี้ซักที ในเมื่อทำไปมันก็ไร้ค่า จะทนอยู่ให้เค้าครหาว่าเป็นคนหน้าหนาไปทำไมกันล่ะ.....
หมับ!!




คราวนี้คนที่หนีหัวซุกหัวซุนยื่นมือมาจับคู่กรณีของตัวเองหน้าตาเฉย และอีการทำแบบนี้เป็นการสร้างความฉงนสนเทห์ให้ฮิบาริยิ่งนัก..... ก็ในเมื่อไม่สนใจเขาขนาดอ่อยยังไม่แลแล้วมารั้งกันไว้ทำไม... พ่อนกงง??

 



 “ที่อ่อย.... เพราะคิดอะไรกับฉันใช่มั้ย”





อยู่ๆมาถามกันเอาแบบนี้เล่นเอาพ่อนกหน้าเหวอไปเลย แต่ก็ต้องทำฟอร์มเดิมเอาไว้ ปั้นหน้านิ่งแล้วสครีมในใจ...หึหึ





“ไม่คิดมั้ง....”






ความเงียบเข้ามาปกคลุมไปทั่วห้อง.... ในเมื่อรอคำตอบอะไรออกมาจากปากม้าโง่นานหลายนาที ก็ไม่เห็นทีท่าว่าจะปริปากอะไรออกมา..... มันก็คงจะเหมือนคนบ้าที่จะมายืนเป็นคนไม่เต็มอยู่ข้างเตียงตัวเองแบบนี้ ก็ในเมื่ออีกคนไม่คิดอะไรด้วยแล้วจะทนทำไมล่ะ......





“ไปนอนก่อนนะ ปล่อยได้แล้ว....”





“เคียวยะ...”



.






.




.




“อะไร”



.





.






.



อะไรวะ!!! รีบพูดเซ่!! อมพะนำอะไรไว้!!




.




.






.





.




“ไม่พูดก็ปล่อย อย่ามายืนเงียบเฉยๆ ง่ว.... อุ๊บ!!!”





ไม่ทันจะได้อ้าปากออกไปอย่างใจคิด เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!!! ริมฝีปากเย็นชืดจากอากาศภายนอกถูกประกบโดยกลีบปากหยักคมอันร้อนรุ่ม จุมพิตแสนหวานละเลียดไปเรื่อยๆ ก่อนจะร้อนแรงขึ้นเนื่องจากอารมณ์ของคนที่ชักพา จนอีกคนที่ถูกจู่โจมต้องตบหน้าอกดังป้าบเพื่อเรียกสติ ก่อนจะขาดอากาศหายใจตายเพราะจูบ....





เพราะถ้าตายแบบนี้มันคงดูไม่จืดกว่าหัดเยอรมันเท่าไร......




.





.





.




“หมายความว่ายังไง ทำแบบนี้ทำไม???”




.




.




“ก็หมายความว่า..”



.




.




.




.





“เซย์เยส เพราะคิดเหมือนกันน่ะสิ”




คำพูดของดีโน่ทำให้ฮิบาริตกใจจนมือชา น้ำตาจากไหนไม่รู้คลอเต็มเบ้า ก่อนจะฟาดมือเข้าที่หน้าอกคนพูดจนร้องโอ้ก เพรราะจุก.....





“ม้าโง่.... มาบอกแบบนี้เขินนะ....”





ใบหน้าขาวเนียนเป็นสีแดงเรื่อกับคำตอบรับซื่อๆของม้าหนุ่ม แต่ไม่ทันจะได้มาบิดตัวม้วนเป็นเกลียวลำไส้ ตัวบางๆก็ลอยจากพื้นไปอยู่ในอ้อมแขนม้าโง่ และตกปุลงไปบนที่นอน ก่อนที่คนตัวใหญ่กว่าจะเข้ามาคร่อมทับพร้อมกระซิบอะไรบางอย่างที่ชวนสยิว....แต่มันสยองสำหรับฮิบาริจนอยากจะดิ่งลงหน้าต่างตายไปเลยในตอนนี้.....




.






.





.





.




.




“น้องเคียว..... พี่หื่นนะจ๊ะ....”



ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย





.






.





.




หลายวันหลังจากนั้น นักเรียนโรงเรียนนามิโมริก็ไม่ได้เห็นหน้ากรรมการรักษากฏร่วมเดือน......







.




.




.

Fin….


.



.




.



ในที่สุดมันก็เสร็จซะที!!! สครีมหน่อยเร้วววววววว


ฮิ้วววววว


เพียวไปก่อนะคะ ง่วงอ่าาา เปิดเทอมแล้วววว บั๊บายรักทุกคนเหมือนเดิม มั๊วะๆ

ปอลิง.ซอรี่ค่ะถ้าอัพช้า มัวแต่ไปอ่านโด ด๊อยส์ลี่ ณ เฮตาเลียอยู่เลยมิได้อัำพ

ปอลิง2.อีวานซามะน่าร๊าาาากกกกก (ต้องวายกะโทริส(ลิทัวเนีย)ด้วยนะเออ)....

Drag Me To Hell [D18] 2

posted on 26 Oct 2010 17:56 by chivas999
 

ยามราตรีที่มืดมิดไร้แสงแห่งจันทรา... เสียงจิ้งหรีดเรไรระงมดังไปทั่ว.... รถม้าชั้นดีคันหนึ่งวิ่งห้อไปไม่เร็วรี่นัก เพื่อเข้าไปยังใจกลางเมือง ไปยังสถานแห่งแสงสี และความสำราญให้ชายหนุ่มผมทองในเกี้ยวพึงพอใจ.....

 

“วันนี้ท่านควรจะกลับให้เร็วหน่อยนะขอรับ หาไม่แล้วงานการของท่านคงไม่เสร็จเป็นแน่”

 

“อะไรเล่า.... ข้าแค่อยากมาพักผ่อนชั่วประเดี๋ยวเท่านั้น มิได้คิดที่จะอ้างแรมซักหน่อย”

 

ชายหนุ่มหน้าตาคมคายหล่อเหลา พูดไปปนกับยิ้มน้อยๆ พลางเสยเรือนผมสีทองสะอาดตาไปด้านหลัง เขาเหนื่อยกับการมาทำงานที่ๆไกลบ้านมาเป็นเวลานาน และวันนี้เขาก็ถือโอกาสหยุดเองพักเองเสียหนึ่งวัน หาไม่แล้วเขาคงหัวระเบิดตายคาโต๊ะไม้โอ๊กแสนแพงในห้องทำงานเป็นแน่ อีกอย่างได้มาทำงานในเมืองท่องเที่ยวทั้งทีไม่ได้มาเที่ยวในที่แนะนำคงจะไม่เป็นการดีเสียกระมัง ....

 

“นั่นที่ใด.... มีโคมแดงห้อยระย้า ชายหนุ่มมากหน้าหลายตาแย่งกันกรูเข้าไปด้านในน่าสงสัยนัก”

 

ท่านลอร์ดคาบัคโรเน่ เอ่ยอย่างสนใจในสถานที่แห่งนั้นเสียเต็มประดา สายตาก็จ้องมองไม่ลดละราวกับเด็กเห็นของเล่นชิ้นใหม่สะดุดตา...

 

“ที่นั่นคือหอนางโลมมีชื่อที่สุดในเมืองแห่งนี้ ข้าขอแนะนำว่าอย่าเข้าไปด้านในเลยขอรับ มันมิใช่การดีเลยที่ท่านผู้เป็นถึงลอร์ดจะเข้ามาเที่ยวในสถานที่สะดุดตาเยี่ยงนี้”

 

“แล้วมันเป็นเช่นใด สะดุดตาแล้วมันเป็นเช่นใด ข้าแค่อยากจะรู้ว่าด้านในมันจะมีอะไรดีสักเท่าใดกัน ถึงได้ดึงดูดใจผู้คนได้มากมายเท่านี้..... หยุดม้าเดี๋ยวนี้ข้าจะลง!!!”

 

ไม่ทันที่รถม้าจะหยุกลงกับที่ดี ท่านลอร์ดหนุ่มผมทองใจร้อนก็กระโดลงมาโดยที่ไม่สนใจคำทักท้วงของคนสนิท ขาแกร่งก้าวย่างมาเร็วรี่ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามายังประตูไม้บานใหญ่สวย เขาก็ต้องเบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้เห็นเพียงสายตา ในที่รโหฐานแห่งนี้ถูกประดับประดาไปด้วยโคมสีแดงสดมากมาย ชายหนุ่มมากหน้าหลายตาต่างกกกอดบุปผชาติงามในเอื้อมมือ ซุกไซร้ หยอกเย้ากันไปทั่วทุกสารทิศ หากแต่สิ่งเร้าเหล่านี้มิได้เรียกร้องเอาความสนใจจากชายหนุ่มเท่าใดนัก แต่สิ่งที่เขาต้องสะดุดตาจนแทบลืมหายใจมันเป็นอะไรที่มากกว่านั้นหลายเท่าตัวนัก......

 

 

ร่างระหงเอวคอดกิ่ว ผิวเนื้อขาวนวลราวหิมะแรกแห่งเหมันต์ฤดู ใบหน้างามงอนถูกแต้มแต่งด้วยสีสันจนงามพิศ ริมฝีปากอิ่มป้ายสีชาดดั่งโลหิตเผยอออกเพียงนิดเย้ายวนหัวใจหนุ่มให้คลั่ง ดวงพักตร์เกลี้ยงเกลาปรางแก้มสีชมพูแดงเรื่อ นัยตาคมเรียวเข้าเนื้อกับนัยเนตรสีรัติกาล เส้นเกศาดุจไหมสีนิลยาวเกือบถึงสะโพกถูกเก็บรวบแบบไม่ตั้งใจให้ดูยั่วยวน แซมปักด้วยกุหลาบสดสีเดียวกับริมฝีปากดอกหนึ่งตรงด้านข้างให้เฉดสีงดงามตัดกันเป็นธรรมชาติ ทรวงอกอวบอิ่มเกินตัวร่างบอบบางดุนดันขึ้นมาด้วยคอร์แซ็ตสีแดงเลือด เข้ากันดีกับชุดสวยแซมระบายและลูกไม้สีดำขลิบแดงดูหรูหรา ร่างระหงยืนเด่นอยู่บนเวทีขนาดกลางภายในห้องโถง เสียงชายหนุ่มผู้กระหายทั้งหลาย ขานราคากันดังกระหึ่ม ทว่า.... แม้ราคาจะพุ่งสูงขึ้นเท่าใด พักตร์งามก็ยังไม่สะทกสะท้านเท่าใดนักหากแต่คนงามยิ่งเบ้หน้าขึ้นไปอีก.....

 

อะไรกัน??? ค่าตัวข้ามันได้เท่านี้เองรึ มันคุ้มแล้วอย่างไรที่ข้าต้องไปกับตาแก่งี่เง่าพวกนี้ หึ.... ไม่นึกเลยว่าคืนแรกที่ข้าต้องออกมาประมูลมันจะได้ค่าตัวน้อยนิดเช่นนี้......

 

“ข้าให้แปดร้อยเหรียญ”

 

“ข้าให้หนึ่งพัน”

 

“ข้าให้....”

 

เสียงดังเซ็งแซ่ขานราคาไม่มีหยุด ชายหนุ่มที่มัวตกตะลึงกับความงามเกินบรรยายของนางที่ราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด จนไม่รู้ว่าราคาในตอนนี้เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ทันจะได้คิดอะไรมากมาย.... อยู่ๆสายตาคมเรียวก็ตวัดมองมาที่เขา นัยตาสีรัตติกาลสงบนิ่งสบกับนัยตาต่างสี ทั้งคู่ราวกับลืมไปว่าในที่นี้มีผู้คนมากมายอยู่รายรอบ ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายกับความงามหยาดฟ้าของคนตรงหน้า ลำคอแห้งผากราวขาดน้ำมาแรมปี.....

 

“สองพันเหรียญครั้งที่สอง....”

 

น้ำเสียงที่ขานราคามากที่สุดในค่ำคืนนี้เรียกสติของชายหนุ่มให้กลับมาที่เก่า ท่านลอร์ดคาบัคโรเน่ไม่รอช้าควักกำไลทองเนื้อดีสองคู่ชูขึ้นเหนือหัว เรียกให้คนทั้งร้านหันมามองชายหนุ่มเป็นตาเดียวกับความมั่งมี ชายอีกคนที่รับหน้าที่เป็นนายหน้ารีบขานเรียกราคาที่สูงกว่าเป็พัลวัล.....

 

 

 

“ไม่มีใครจะให้มากกว่าหรือขอรับ เช่นนั้นคืนนี้สาวน้อยคนนี้ก็ตกเป็นของท่านชายรูปงามท่านนั้นเลยนะขอรับ!!”

 

 

 

น้ำเสียงตื่นเต้นของนายหน้ามิได้เรียกสติสตังของชายหยุ่มเลยแม้แต่น้อย เขาเอื้อมมือไปจับใบหน้างามไล้ลงมายังลำคอระหง ใบหน้านวลงามขึ้นสีเรื่อเล็กน้อย เมื่อชายหนุ่มเอาแต่จ้องอยู่ท่าเดียว

 

“จะไม่พาข้าออกไปจากตรงนี้สักหน่อยรึท่าน....”

 

ชายหนุ่มได้สติหลังจากเคลิบเคล้มกับสัมผัสเนียนมือนั่นด้วยเสียงหวานล้ำ รอยยิ้มวาดประดับพักตร์คม พลางจูงมือสาวน้อยสุดงามขึ้นไปชั้นบน

 

.

 

 

.

 

 

 

.

 

 

.

 

 

“นายท่านคะ.....สาวน้อยคนนี้จะเป็นของนายท่านแต่เพียงผู้เดียว โปรดวางใจนางยังไม่ผ่านมือผู้ใดมาก่อนขอให้นายท่านมีความสุขกับราตรีนี้นะเจ้าคะ”

 

 

เมื่อถึงหน้าประตูไม้บานใหญ่ฉลุลายร่วมสมัย หญิงวัยกลางคนหน้าตาท่าทางจะเป็นคนใหญ่คนโตของที่นี่รีบวิ่งขึ้นต้อนรับอย่างเร็วรี่ จะให้ช้าได้อย่างไรเล่า อย่างน้อยท่านผู้นี้ก็ประมูลดาวเด่นของที่นี่ด้วยทองคำ..... มันคงไม่ดีนักหากให้หล่อนการต้อนรับชักช้า....

 

 

ชายหนุ่มพยักหน้านิดหนึ่งเป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปด้านใน ที่ตกแต่งอย่างโอ่โถงสมราคา ไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างระหงในชุดสวยก็เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรง ร่างบางอดไม่ได้ที่จะเขินอายก็ในเมื่อเธอไม่เคยเลยที่จะผ่านมือผู้ชายมาก่อน แล้วครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เธอสัมผัสผู้ชายเช่นเขา มันก็ย่อมที่จะทำให้เขินอายเป็นธรรมดา

 

ลอร์ดหนุ่มจูบไซร้ซอกคอขาวนวลระหง ระเรื่อยไปจนถึงริมฝีปากแต้มชาด เรียวลิ้นเช่นคนชำนาญกวาดต้อนรุกไล่ลิ้นเล็ก ลากไล้ไปตามแนวฟันขาวสะอาด นัยตาสีนิลน้ำงามปรือฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความร้อนรุ่มที่เพิ่งสัมผัส จูบอ่อนหวานรุกไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ กลายเป็นดูดดุนเร่าร้อนในพริบตา ก่อนที่ชายหนุ่มจะถอนออกไปและประกบเข้ามาใหม่เพื่อฉกฉวยความหวานฉ่ำในกายสาว

 

นิ้วมือเรียวลูบไล้ไปทั่วสรรพางค์กาย ค่อยๆปลดสายคอร์แซ็ตอย่างชำนาญ ไม่นานร่างตรงหน้าก็เกือบเปล่าเปลือย ส่งผลให้คนงามยิ่งหน้าร้อนขึ้นไปอีก ฝ่ามือหยาบลูบไล้ผิวลื่นไปเรื่อยๆเกาะกุมกับผิวเนื้อนวลเนียนราวบัวชูช่อให้เขามาสัมผัส เคล้นคลึงหนักบ้างเบาบ้างสลับกันมา เรียกเสียงครางจากคอระหงเป็นอย่างดี.....

 

 

ชายหนุ่มยิ้มรับกับผลสำเร็จที่เขาเป็นผู้ปั้นแต่ง เขาเลื่อนริมฝีปากบางคมขึ้นมาชิดริมใบหูนุ่ม พลางเป่าลมร้อนเข้าไปให้คนงามรัญจวนใจเล่นๆ.....

 

“เจ้าชื่ออะไร.....”

 

“อ.....อะ..”

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

“อลาวดิ”

 

 

.

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 มาย้อนยุคกันหน่อย.....

น้องเคียวแกยังเป็นสาวสะพรั่งให้พี่ม้าแทะเล็มอยุ่

หุหุหุหุ

ไม่นานเกินรอเพียวจะตีไหดองแล้วค่ะทุกโคนนนนนน!!!

 
 
ในที่สุด... ในที่สุด!!!!
 
เพียวก็กลับมาทำบล๊อกอีกครั้ง!!!!!
 
 
หลังจากที่อันแรกมันถูกแบนออกไปโดยไร้สาเหตุ (แน่ใจ...)
 
โอ้ว...... ไม่นะ.... แสดงว่าเพียวหื่นล่ะสิ ..... ถึงโดนแบน ช่างน่าแค้นนัก......
 
ตอนนี้ก็เอาฟิคเก่าเข้ามารวมๆกันก่อน ส่วนฟิคอันอื่นเพียวจะทยอยอัพมาเรื่อยๆ
 
ปัญหาใหญ่ระดับสากลก็คือ...... ฟิคอันไหนมันก็ไม่จบซักอัน!!!!!!  โอ้ว....ซาร่า
 
ได้โปรด.... อย่าทำร้ายเพียวเลยนะค้าาาา  เพียวแค่ขี้เกียจ เพียวแค่ชอบนอน เพียวแค่ชอบกินแค่นั้น
เองงงง
 
ฮือ.........
 
ซิกๆ...........
 
ยังไงวันนี้เพียวก็ขอสวัสดีทุกคนอีกครั้งนะค้าาา
 
อย่าลืมมาเม้นต์ให้เก๊าเยอะๆน้าาาาาา มั๊วะๆ
 
ปอลิง. อย่าลืมเก๊าน้าาาา
 
ปอลิง2.มั๊วะๆ 
 
 
(ใครบางคนร้องอี๋ย์ยยยยยย......)
 

edit @ 26 Oct 2010 11:48:07 by +++PRETTY PURE LIQUOR+++