[Short fic] [D18] [Catch me !!! If you can!!!] END!!
posted on 31 Oct 2010 22:26 by chivas999Part 2
ขณะนี้.... โรงเรียนนามิโมริอันสงบสุข กลายเป็นเหตุการณ์ชุลมุนครั้งยิ่งใหญ่ ญี่ปุ่งมุงมากหน้าหลายตาหลายจำพวก ต่างยืนออกันที่ทางเข้าโรงเรียน ซึ่งมีรถเก๋งราคาเฉือนกระดูกจอดเรียงเป็นตับนับสิบคันรายรอบถนน พร้อมกับชายชราหัวเถิกทั้งหลาย ที่อยุ่ในชุดกาวน์สีขาวและถืออุปกรณ์รักษาพยาบาลติดมือมาด้วย
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่ไม่หยุดไม่หย่อน บ้างว่าที่หมอแก่ๆใกล้นอนโลงมาที่นี่เพื่อรักษาอาการกามโรคของหมอจามาล บ้างก็ว่ามาที่นี่เพื่อชันศูตรศพเด็กต่างโรงเรียนที่กรรมการรักษาระเบียบแอบซุกศพเอาไว้แถวหลังส้วม
คิดไปเป็นตุเป็นตะสารพัด... แค่ใครจะรู้ว่าที่หมอมาเต็มโรงเรียนแบบนี้เพราะมาทำอะไรอนาถจิตบางอย่างต่างหากล่ะ .....
“อาการเคียวยะเป็นไงบ้างโอเครึยัง??”
ชายหนุ่มสุดหล่อที่คนซุงแหลแถวนี้หมายปอง ไต่ถามเพราะความเป็นห่วงเหลือคณานับ ก็จะไม่ให้ห่วงได้ไงล่ะ เดี๋ยวชาวบ้านเค้าจะเอาไปแจ้งกระทรวงศึกษาธิการเอาได้ว่าพ่อรูปหล่อคนนี้สอนไม่ตรงหลักสูตร แถมยังทำเด็กในโอวาทตายคาที่แบบนี้อีก ไม่ดี....ไม่ดี... มันเสื่อมเสียไปถึงคาบัคโรเน่!!
“ยังเลยครับ!! สงสัยคงต้องส่งเข้าโรงพยาบาลด่วนเลยครับ!!”
“งั้นเลยเหรอ หมอครับ!! หมอ!!!”
ชายหนุ่มหันมาเรียกตาแก่หัวเถิกทันทีที่เห็นหน้า พลางผลักใสไล่ส่งคนเป็นลมให้ทันทีไม่ต้องคิดอะไรมาก ส่วนไอ้คนที่แหลลึกอยู่ เหงื่อกาฬไหลพรากๆ แถมยังสาปแช่งด้วยประโยคและคำที่ออกอากาศไม่ได้อยู่ในใจ ....
“คุณดีโน่ครับรีบพาเข้าโรงพยาบาลเถอครับ!! ตอนนี้ความดันเลือดของคนไข้พุ่งสูงถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบสี่แล้ว (เวอร์)!!”
อยากจะบอกเหลือเกินว่าไอ้ที่ความดันขึ้นพรวดๆ จนเส้นเลือดในสมองมันโป่งออกมาเกือบจะแตกน่ะ มันไม่ได้เป็นเพราะอาการชัก แต่มันเป็นเพราะแก้ไขสถานการณ์ไม่ทันน่ะเซ่!! ไอ้พี่โน่หัดรู้ตัวซะบ้างว่าเค้ากำลังอ่อย... กำลังอ่อย!! ไม่ได้เป็นหัดเยอมันเหมือนไอ้หัวมะเขือยาวนั่นมันตู่เอาเอง!!!
ขณะที่ในใจกำลังบ่นๆด่าๆอยู่นั้น พริบตาเดียวพ่อเจ้าประคุณคนงามแกก็เข้ามาอยู่ในรถคันสวยติดสติกเกอร์สิบล้อทั่วคัน พลางส่งเสียง มี๊หม่อ มี๊หม่อรบกวนหูชาวบ้านชาวช่องเค้าไปทั่ว
โถ..... รถพยาบาลก็ได้... ทำไมต้องปอเต็กตึ๊ง!!!
.
.
.
“ไม่นะเคียวยะ!! อย่าเป็นอะไรนะ!! ถ้านายเป็นอะไรไป (อย่างแรกผมคงโดนตำรวจสอบสวนยาวแน่นอน ว่าไปทำอีท่าไหนลูกศิษย์ผมถึงได้ดับอนาถด้วยหัดเยอรมัน แถมต้องถูกทางวองโกเล่ตราหน้าว่าผมมันไอ้คนไม่มีความรับผิดชอบต่อชีวิตผู้พิทักษ์ของพวกเขา ทำให้ต้องเสียเวลาในการเสาะหาคนที่มีความสามารถขนาดนั้นเข้าแฟมิลี่อีก ที่สำคัญมันทำให้เสียงบประมาณเป็นจำนวนมหาศาล แน่นอนทางวองโกเล่ต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผมแน่ๆ พ่อแม่ของเคียวยะต้องรุมประณามผมจนผมมีหน้าอยู่ในวงสังคมไม่ได้ พวกเขาต้องเรียกร้องให้ผมทำเคียวยะมาคืนแน่ๆ แล้วผมจะทำยังไง!!! เมียผมก็ยังไม่ได้แต่งเลยซักคน!!) ฉันคงอยู่ไม่ได้!!!”
ถ้าเป็นละครหลังข่าวช่องสามสีรึหลายสีมันคงจะซึ้งกว่านี้ .... มีพระเอกวิ่งตามเตียงเข็นคนไข้เข้าไปในห้องฉุกเฉินแล้วพลางเรียกชื่อนางเอกเมื่อใกล้จะตาย ทว่า.... นี่มันไม่ใช่ในละคร... และนางเอกยังไม่ได้พะงาบๆแต่อย่างใด ออกจะสบายดีด้วยซ้ำ..... เผอิญที่มันเหมือนละครเพราะพระเอกมันโง่เองก็เท่านั้น....
.
.
.
ทันทีที่ประตูห้องฉุกเฉินปิดลง..... หมอกับพยาบาลต่างพากันวิ่งวุ่นหาอุปกรณ์ต่อลมหายใจให้คนงาม ไม่ทันที่หมอจะเอาไอ้อุปกรณ์หน้าตาแปลกๆไปยัดอะไรที่ตรงไหนของคนไข้ อยู่ๆคนไข้คนสวยก็ลุกพรวดขึ้นมาปานผีเข้า หมอพยาบาลตกใจจนมีดหล่นเคร้งตร้างกันถ้วนหน้า ยิ่งผวากันขึ้นไปอีกเมื่อสายตาคมๆเริ่มจ้องแต่ละคนเรียงตัว....
“ฉันไม่ได้เป็นอะไร.... แล้วพวกแก... อย่าเอาเรื่องนี้ไปปูดล่ะ”
.
.
.
“อ้อ... จัดห้องพิเศษให้ฉันไว้ซักห้องจากนั้นพวกแกก็ไสหัวไปซะ ...... อย่าลืม...เรียกคู่กรณีฉันเข้ามาด้วย...”
หมอหัวเถิกกับพยาบาลทั้งหลายพยักหน้าหงึกหงักเพราะกลัวตายซะเหลือเกิน ก่อนจะแย่งกันวิ่งออกจากห้องไปเตรียมห้องพิเศษและอัญเชิญคู่กรณีหัวทองให้มารับกรรมด่วน!!!
เมื่อรู้จากหมอว่าอาการของคนไข้ไม่ได้เป็นอะไรมากอย่างที่คิด แถมยังบอกให้เข้าไปหาที่ห้องพิเศษด่วน บอส
หนุ่มหน้าหล่อก็ถอนหายใจโล่งอกในทันที ที่ยังไม่ได้ทำให้ลูกเค้าตาย พลางเดินไปห้องพิเศษที่ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงได้ไกลนัก....
พอเปิดประตูเข้าไปก็เจ้าคนไข้หน้าสวย ที่หลับตาพริ้มอยู่บนเตียง คิ้วเรียวๆขมวดเป็นปมแน่น ก็ไหนว่าจะให้มาหาล่ะ?? ไหงหลับตาพริ้มแบบนี้?? ไม่ต้องได้งงเป็นหมาสงสัยนานนัก สายตาที่ดีแต่ถ้ำมอง(?)เป็นอย่างเดียว ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นกะละมังสังกะสี ขอบอ่างพาดผ้าขนหนูไว้ผืนหนึ่ง อีตรงข้างๆกะละมังมีกระดาษเอสี่เขียนติดไว้ด้วย
ขอโทษนะคะพยาบาลติดธุระ พักงานไปทำลูกค่ะ
ถุย!!! พยาบาลประสาอะไรฟระ!! พักงานไปติ๊ดชึ่ง!!
มาดมาเฟียออกลายในบัดดลทันทีเมื่อได้อ่านข้อความชวนยิงทิ้ง ริ้วรอยที่ไม่คิดวาจะมีเริ่มออกมาทางหน้าผากเป็นแฉกๆ เมื่อนึกไม่ออกว่าจะทำยังไงกับคนไข้ตรงหน้าดี นัยตาสีน้ำตาลอมทองมองไปทางกะละมังสังกะสีขอบบิ่นที มองหน้าคนไข้ที ในที่สุดสมองม้าๆก็ดังปิ๊ง!!!
เอาวะ!! ยังนอนอยู่คงไม่ลุกเอาเข็มฉีกยามาแทงคอหอยตรูให้ดับตอนนี้หรอก!! รีบเช็ดตัวเร็วๆจะได้เสร็จซักที!!
คนที่คิดว่านอนอยู่กลับไม่ได้นอนอย่างที่คิด..... เปลือกตาบางค่อยๆปรือขึ้น เพื่อไม่ให้จับสังเกตได้มากนัก ในใจก็กู่ร้องราวกับถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง แต่ก็ต้องหลับไปอีกครั้งเมื่อไอ้คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยปีนขึ้นมานั่งเตียงและเริ่มแกะเชือกที่มัออยู่ด้านหน้า
เสร็จแน่ เสร็จแน่ เสร็จแน่!!!!
คิดอกุศลโรคจิตวิปริตอยู่ข้างใน พลางจินตนาการถึงไอ้คนที่มันเช็ดตัวให้ ไปทางเสื่อมเสียร้อยแปด ในหัวเริ่มหลั่งไหลความคิดยั่วยวนต่างๆนาๆ ก็ในเมื่อบรรยากาศเป็นใจ แถมสภาพอากาศกับเวลาอันโพล้เพล้แบบนี้มันเป็นเวลาที่เหมาะแก่การเสียตัวที่สุด!!!
ขณะที่บอสหนุ่มกำลังเช็ดที่ลำคออยู่นั้น ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น!! มือน้อยแต่เรี่ยวแรงมหาศาลจับหมับเข้าที่มือใหญ่ ชนิดที่ว่าเหนียวกว่ากาวดักหนูล้านเท่า เพราะไอ้คนที่ถูกลวนลามไม่รู้ตัวพยายามดึงออกอย่างเต็มที่ แต่ทำอย่างไรมันก็ดันไม่หลุด แถมยังจับไถลไปเรื่อยๆจนถึงแถวหน้าอกเนียนๆชวนสยิวกิ้ว....
“อืม.... อ๊ะ....”
อ่อยให้ขนาดนี้แล้วอย่ามาทำตัวเป็นสุภาพบุรุษอีกนะแก....
ดีโน่สะดุ้งจนตัวโยนกับการกระทำลมเพลมพัดให้ชวนจิ้นไปไกลของคนป่วย มือใหญ่เริ่มสั่นเทาขึ้นเรื่อยๆ ..... ไม่ใช่ว่าเกิดอารมณ์อะไรขึ้นมาหรอกนะ แต่มันสั่นเพราะกลัว!!! กลัวว่าจะไปทำอะไรผิดพลาดเข้าลูกเค้าตายเดี๋ยวอาจารย์อย่างเขาจะซวย!!!
ดีโน่ใช้แรงเฮือกสุดท้ายชักมือกลับ ทำให้คนที่มือตุ๊กแกเมื่อกี้เกือบกลิ้งตกเตียงดับอนาถ แต่ด้วยสกิลที่ว่า “ตรูเก่งกว่าพระเอก” ถึงทำให้ไม่เสียภาพพจน์เท่าไรนัก ถ้ามันจะเสียมันก็คงจะมาเสียที่ไอ้คนไม่รู้ความนี่แหละ !!!
“อะ.... หนาว... ดีโน่”
มารยาเล่มที่สิบแปดถูกหยิบมาใช้ในนาทีฉุกเฉิน เจ้าตัวกะวาวันนี้จะรวบหัวรวบหางให้ได้อย่างใจนึก ใครจะว่าพ่อเจ้าประคุณมารยาสาไถยตอนนี้เฮียไม่สน ขอให้พี่โน่วร้องอู้อ้าว์อย่างเดียวนี่แหละชัยชนะ!!
ฝ่ายคนไม่รู้เรื่องเริ่มลน ในหัวก็คิดไปอีกทางหาว่าไอ้คนที่นอนแบ็บอยู่บนเตียงเกิดอาการใกล้จะตายเข้าแล้ว แต่ก็ต้องทำใจดีสู้เสือเข้าไปดูอาการ ก่อนจะจิตตกเรียกหมอเข้ามา เผื่อตายจริงๆเค้าก็กลายเป็นผู้ต้องหาและโด่งดังไปทั่ว แต่นี่ถ้าตายกระทันหันต่อหน้าต่อตาเค้า ก็พอจะจัดการกับศพได้ละนะ......
ดีโน่ลอบกลืนน้ำลายลงคอหนึ่งอึก เมื่อเห็นสีหน้าที่ตั้งใจมายั่วของลูกศิษย์ตัวดี ไม่ทันได้หือได้หาอะไร อยู่ๆคนที่นอนก็เกิดปฏิกิริยาเดิมอีกครั้งเหมือนเมื่อคราวกาวดักหนู แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่จับเอาไว้อย่างเดียว รอบนี้น้องยาแกลากพี่คนโง่ขึ้นมาบนเตียงด้วยเรี่ยวแรงที่ไม่รู้ว่าเอามาจากไหน และผิดวิสัยคนป่วยอย่างยิ่ง..... อย่างว่า.... ไอ้ความผิดปกติที่แม่ยกอย่างเราๆสังเกตกันได้ตั้งแต่ปีมะโว้ มันจะไปสะกิดต่อมฉลาดของพี่แกได้ยังไง ยิ่งไปกว่านี้หัวที่ไม่ค่อยมีรอยหยักเท่าไรกลับคิดอะไรชวนให้แม่ยกคันมืออยากตบเกรียนให้สมองไหลออกทางรูจมูก!!!
ชักแล้ว!!.... ทำไมอาการข้างเคียงถึงได้เป็นแบบนี้!! ไม่ได้การต้องเรียกหมอให้เร็วที่สุด!!![/i]
รู้ทั้งรู้อยู่ว่าทั้งเนื้อทั้งตัว โดนรัดอยู่ในอ้อมแขนผอมบางยังกับคีมเหล็ก พ่อเจ้าประคุณคนโง่แกยังมีสติจะกดออดเรียกพยาบาลให้เข้ามาช่วย แต่มีหรือ.... ที่คนอ่อยจะยอมให้ทำแบบนั้นได้ แขนผอมบางยิ่งรัดตัวคนที่อยู่ด้านบนแน่นขึ้นอีกจนหายใจพะงาบๆ มือใหญ่ก็พยายามไขว่คว้าออดจนหมดแรงแน่นิ่งอยู่กับตัวคนข้างล่าง.....
“แฮ่ก.... แฮ่ก...”
รอบแรกมันไม่ได้ผล รอบที่สองได้ผลแน่นอน!!
คิดได้ดังนั้นก็พยายามอีกครั้ง โอ้.... สมองม้านี้ยังมิทันสมองนกหื่น..... ไม่ทันจะได้ขยับตัวไปไหนแรงรัดก็มากขึ้นเอาซะเฉยๆ จนเจ้าพ่อคาบัคโรเน่ร้องแอ๊ฟ ใช้แรงเฮือกสุดท้ายกลิ้งลงไปข้างล่างหวังจะให้ตัวเองรอดพ้นจากอ้อมกอดมรณะ!!!
โครม!!
ทั้งคนป่วยทั้งคนเฝ้าลงมากองกันอยู่ข้างล่างทั้งคู่ ดีโน่รีบคลานออกมาจากบริเวณนั้นเร็วรี่ เพราะกลัวว่าตัวเองจะต้องตกไปอยู่ในสภาพน่าอนาถแบบเมื่อกี้อีกรอบ ทว่า....เหมือนเดิม ไม่ทันจะได้คลานไปไหน ข้อมือใหญ่ก็ถูกคว้าไปโดยไม่ได้ตั้งตัว ด้วยความกลัวพี่แกเลยทั้งสะบัดทั้งดึง สะดีดสะดิ้งเหมือนกระเทยเฒ่าแถวสีลม โดยที่ไม่ยอมมองไปข้างหลังเลยสักนิด ว่าไอ้คนที่จับอยู่ลุกขึ้นมานั่งจ้องตาแป๋วอยู่ข้างเตียงแล้ว....
“รังเกียจกันมาสินะ...”
น้ำเสียงแสดงอารมณ์น้อยใจดังออกมาจากด้านหลังเจ้าพ่อคาบัคโรเน่เบาๆ เป็นสัญญาณให้พี่แกเลิกสะดีดสะดิ้ง ก่อนจะค่อยๆหันไปมองเด็กน้อยที่ดูแล้วยังไงก็ไม่มีอาการอะไรออกมาทางสีหน้า แต่ในความรู้สึกลึกๆทำไมถึงได้เห็นภาพซ้อนของลูกศิษย์ตัวดีใกล้จะเป่าปี่ละนี่??
“ค... เคียวยะ อาการดีขึ้นแล้วเหรอ...เป็นห่วงแทบแย่กับอาการชักเมื่อกี้แน่ะ ”
นัยตาสีนิลฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาในบัดดลที่ประโยคคำถามสิ้นสุด มืองามๆที่ใช้จับทอนฟาซ้อมทุกวี่ทุกวันซัดป้าบเข้าไปกลางกระหม่อมจนหน้าหัน เขาไม่เข้าใจเลย .... ทำไมมันถึงขาดโอเมก้าสามได้ขนาดนี้!!! เคยกินมั้ยน้ำมันตับปลาน่ะเคยกินมั้ย!!!
“โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ........ ไปกินหญ้าป๊ายยยย!!!”
ดีโน่ได้แต่อึ้งกับปฏิกิริยาผีเข้าผีออกของฮิบาริ สงสัยผีรอบนี้ที่เข้าคงเป็นผีนังหลามเรือนวาเรียแน่นอน ถึงได้เซอร์ราวด์ได้ทะลวงแก้วหูแบบนี้.....
“ป...เป็นอะไรไปเหรอเคียวยะ ไม่สบายตรงไหน เรียกหมอให้นะ”
.
.
.
.
“ว่าแต่จะเอาหมอผี หรือคุณหมอขาดี...”
เคร้ง!!!
“แกไม่รู้อะไรเลยจริงๆงั้นเหรอ!!! ดีโน่!!! แกรู้มั้ยฉันพยายามอ่อยให้แกกี่ครั้งตั้งแต่ซ้อมอยู่ที่โรงเรียนนั่นน่ะ!!! แกไม่รู้เลยใช่มั้ย!!!”
ดีโน่ถึงกับเอ๋อไปทันทีเมื่อฮิบาริได้ทีระเบิดอารมณ์ใส่จนหน้าดำหน้าแดง และเริ่มระลึกความหลังตั้งแต่อยู่โรงเรียน.....
โอ้ว....... งั้นที่เคียวยะอยู่ๆก็เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนเราตอนนั้น ไม่ได้เป็นเพราะเราดึงแส้แรงไปใช่มั้ย ยั่วสินะ??? ที่เคียวยะบ่นว่าร้อนแล้วถอดเสื้อออก ยั่วสินะ??? แล้วที่ให้เช็ดตัวเมื่อกี้ ยั่วสินะ???
.
.
.
.
โน่วมันโง่ววววววววววววววว
.
.
.
เหมือนจะสำนึกอะไรบางอย่างได้...... แต่ปากเจ้ากรรมก็สุดแสนจะหนักอึ้ง ทำได้แค่จ้องหน้าอีกคนจนจะทะลุไปถึงแกนสมอง....
“ฉันเข้าใจดีโน่ฉันมันบ้าไปเอง....”
พูดไปก็พยายามพยุงตัวเองลุกไปด้วย... เฮ้อ.... ในที่สุดความพยายามมันก็ต้องสิ้นสุดลงตรงนี้ซักที ในเมื่อทำไปมันก็ไร้ค่า จะทนอยู่ให้เค้าครหาว่าเป็นคนหน้าหนาไปทำไมกันล่ะ.....
หมับ!!
คราวนี้คนที่หนีหัวซุกหัวซุนยื่นมือมาจับคู่กรณีของตัวเองหน้าตาเฉย และอีการทำแบบนี้เป็นการสร้างความฉงนสนเทห์ให้ฮิบาริยิ่งนัก..... ก็ในเมื่อไม่สนใจเขาขนาดอ่อยยังไม่แลแล้วมารั้งกันไว้ทำไม... พ่อนกงง??
“ที่อ่อย.... เพราะคิดอะไรกับฉันใช่มั้ย”
อยู่ๆมาถามกันเอาแบบนี้เล่นเอาพ่อนกหน้าเหวอไปเลย แต่ก็ต้องทำฟอร์มเดิมเอาไว้ ปั้นหน้านิ่งแล้วสครีมในใจ...หึหึ
“ไม่คิดมั้ง....”
ความเงียบเข้ามาปกคลุมไปทั่วห้อง.... ในเมื่อรอคำตอบอะไรออกมาจากปากม้าโง่นานหลายนาที ก็ไม่เห็นทีท่าว่าจะปริปากอะไรออกมา..... มันก็คงจะเหมือนคนบ้าที่จะมายืนเป็นคนไม่เต็มอยู่ข้างเตียงตัวเองแบบนี้ ก็ในเมื่ออีกคนไม่คิดอะไรด้วยแล้วจะทนทำไมล่ะ......
“ไปนอนก่อนนะ ปล่อยได้แล้ว....”
“เคียวยะ...”
.
.
.
“อะไร”
.
.
.
อะไรวะ!!! รีบพูดเซ่!! อมพะนำอะไรไว้!!
.
.
.
.
“ไม่พูดก็ปล่อย อย่ามายืนเงียบเฉยๆ ง่ว.... อุ๊บ!!!”
ไม่ทันจะได้อ้าปากออกไปอย่างใจคิด เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!!! ริมฝีปากเย็นชืดจากอากาศภายนอกถูกประกบโดยกลีบปากหยักคมอันร้อนรุ่ม จุมพิตแสนหวานละเลียดไปเรื่อยๆ ก่อนจะร้อนแรงขึ้นเนื่องจากอารมณ์ของคนที่ชักพา จนอีกคนที่ถูกจู่โจมต้องตบหน้าอกดังป้าบเพื่อเรียกสติ ก่อนจะขาดอากาศหายใจตายเพราะจูบ....
เพราะถ้าตายแบบนี้มันคงดูไม่จืดกว่าหัดเยอรมันเท่าไร......
.
.
.
“หมายความว่ายังไง ทำแบบนี้ทำไม???”
.
.
“ก็หมายความว่า..”
.
.
.
.
“เซย์เยส เพราะคิดเหมือนกันน่ะสิ”
คำพูดของดีโน่ทำให้ฮิบาริตกใจจนมือชา น้ำตาจากไหนไม่รู้คลอเต็มเบ้า ก่อนจะฟาดมือเข้าที่หน้าอกคนพูดจนร้องโอ้ก เพรราะจุก.....
“ม้าโง่.... มาบอกแบบนี้เขินนะ....”
ใบหน้าขาวเนียนเป็นสีแดงเรื่อกับคำตอบรับซื่อๆของม้าหนุ่ม แต่ไม่ทันจะได้มาบิดตัวม้วนเป็นเกลียวลำไส้ ตัวบางๆก็ลอยจากพื้นไปอยู่ในอ้อมแขนม้าโง่ และตกปุลงไปบนที่นอน ก่อนที่คนตัวใหญ่กว่าจะเข้ามาคร่อมทับพร้อมกระซิบอะไรบางอย่างที่ชวนสยิว....แต่มันสยองสำหรับฮิบาริจนอยากจะดิ่งลงหน้าต่างตายไปเลยในตอนนี้.....
.
.
.
.
.
“น้องเคียว..... พี่หื่นนะจ๊ะ....”
ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
.
.
.
หลายวันหลังจากนั้น นักเรียนโรงเรียนนามิโมริก็ไม่ได้เห็นหน้ากรรมการรักษากฏร่วมเดือน......
.
.
.
Fin….
.
.
.
ในที่สุดมันก็เสร็จซะที!!! สครีมหน่อยเร้วววววววว
ฮิ้วววววว
เพียวไปก่อนะคะ ง่วงอ่าาา เปิดเทอมแล้วววว บั๊บายรักทุกคนเหมือนเดิม มั๊วะๆ
ปอลิง.ซอรี่ค่ะถ้าอัพช้า มัวแต่ไปอ่านโด ด๊อยส์ลี่ ณ เฮตาเลียอยู่เลยมิได้อัำพ
ปอลิง2.อีวานซามะน่าร๊าาาากกกกก (ต้องวายกะโทริส(ลิทัวเนีย)ด้วยนะเออ)....
..... ถึงโดนแบน ช่างน่าแค้นนัก......
!!!!!! โอ้ว....ซาร่า 